อาคิอุออนเซ็นประวัติศาสตร์ของอาคิอุออนเซ็นนั้นเก่าแก่และมีอายุย้อนไปถึงสมัยยุคโคฟุง ซึ่งถือว่ามีความเป็นมายาวนานกว่า 1,000 ปีนับตั้งแต่เปิดบ่อออนเซ็นเป็นครั้งแรก กล่าวกันว่าจักรพรรดิคินเมที่ 29 (ปี 531-539) ทรงหายเป็นปกติเมื่ออาบน้ำด้วยน้ำพุร้อนที่นำมาจากอาคิอุ หลังจากที่พระองค์ทนทุกข์ทรมานจากไข้ทรพิษชนิดอ่อน (โรคผิวหนัง) กล่าวกันว่า จักรพรรดิพูดถึงสภาพ ณ ขณะนั้นว่า “ดูเถิด ปักษานั้น อันตรธานไปไร้ซึ่งร่องรอย” (บทกวีนี้ในภาษาญี่ปุ่นจะมีคำว่า “นาโตริ โนะ มิยุ” (ออนเซ็นในนาโตริ) ซึ่งเป็นคำซ่อนรูป) พระองค์ทรงสรรเสริญถึงประสิทธิผลของน้ำพุร้อนและประทานชื่อเรียกว่า “มิยุ” หลังจากนั้น อาคิอุถูกเรียกว่า "สามบ่อน้ำพุร้อนของญี่ปุ่น" ร่วมกับ ชินาโนะและอินุไคโนะยุ และดึงดูดแขกผู้มาใช้บริการบ่อน้ำพุร้อนจากทั่วประเทศญี่ปุ่นในช่วงยุคเซ็งโงกุ “ดาเตะ มาซามุเนะ” มักจะมาเยือนดินแดนอาคิอุ และยังมีบันทึกหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบันว่าช่วยคลายความเหน็ดเหนื่อยของเขา อาคิอุออนเซ็นที่ผสมผสานเอาธรรมชาติอันงดงามและน้ำร้อนเข้าด้วยกันนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นที่รู้จักในฐานะที่พักผ่อนหย่อนใจและได้รับความนิยมจากผู้คนมากมายมาตั้งแต่อดีตกาลมาจนถึงปัจจุบัน
ประสิทธิภาพของ “ออนเซ็นน้ำคลอไรด์" คืออาการปวดข้อ ฟื้นฟูจากความเมื่อยล้า เคล็ดขัดยอก ระบบไหลเวียนไม่ดี โรคทางนรีเวชเรื้อรัง เป็นต้น* บ่อน้ำพุร้อนในอาคิอุออนเซ็นส่วนใหญ่เป็นออนเซ็นน้ำคลอไรด์
ประสิทธิภาพของ "น้ำพุร้อนธรรมดา" คือฟื้นฟูจากความเมื่อยล้า อาการปวดเส้นประสาท โรคหลอดเลือดแข็งตัว ช่วยส่งเสริมสุขภาพ โรคทางเดินอาหารเรื้อรัง เป็นต้น* “บ่อคันคาเนะออนเซ็น” ในอาคิอุออนเซ็นจะเป็นน้ำพุร้อนธรรมดา
ประสิทธิภาพหลักของน้ำออนเซ็นแบบ "โซเดียม/โพแทสเซียม/คลอไรด์/ไนเตรต"ปวดข้อ, อาการปวดเส้นประสาท, แผลไฟไหม้, โรคผิวหนังเรื้อรัง, โรคทางนรีเวชเรื้อรัง เป็นต้น* “บ่อคาการิบิ โนะ ยู เรียวคุซุยเท” ในอาคิอุออนเซ็น