แต่งแต้มสีสันให้กับฤดูร้อนอันแสนสั้น เทศกาลฤดูร้อนในโทโฮคุ

สิ่งที่ช่วยแต่งแต้มสีสันให้กับฤดูร้อนอันแสนสั้นในโทโฮคุก็คือเทศกาลฤดูร้อน คุณจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกกระตือรื้อร้นอันร้อนแรงของผู้คนในท้องถิ่นเมื่อได้เดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเอง

ไม่ใช้แค่เพียงนั่งดูเท่านั้น บางเทศกาลก็เปิดโอกาสให้คุณได้ร่วมเต้นและร้องรำไปกับพวกเขาด้วย ในโอกาสนี้จึงจะขอแนะนำวิธีการร่วมสนุกกับเทศกาลฤดูร้อนหลัก ๆ ในโทโฮคุ เพื่อให้เข้าใจถึงความเป็นมา ตลอดจนเข้าใจในความคิดของผู้คนในท้องถิ่นไปด้วยพร้อม  ๆ กัน

【จังหวัดอะโอะโมะริ】 เทศกาลอะโอะโมริเนบุตะ

ในช่วงวันที่ 2 - 7 สิงหาคมของทุกปีจะมีการจัดงาน "เทศกาลอะโอะโมริเนบุตะ" ขบวนพาเหรดโคมไฟเนบุตะขนาดยักษ์หนัก 4 ตัน, วงดนตรีฮะยะโตะและเสียงร้องประสานว่า "รัสเซร่า รัสเซร่า", เหล่านักเต้นที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาที่เรียกว่า "ฮะเนะโตะ" ร่วมกันเดินขบวนผ่านใจกลางเมืองอะโอะโมะริ ไฮไลท์คือการได้เห็นโคมไฟเนบุตะสามมิติขนาดยักษ์ยาว 9 เมตร ความสูง 5 เมตร เทียบเท่ากับตึก 2 ชั้นสีสันสดใสที่ถูกแห่ไปทั่วเมือง

นอกจากเนบุตะขนาดยักษ์แล้ว วันที่ 2 และ 3 จะมีการแห่ "โคโดโมะเนบะตุ" โคมไฟเนบุตะขนาดจิ๋วสำหรับเด็ก ที่เทศบาลเมืองและสมาคมเด็กในท้องถิ่นร่วมกันประดิษฐ์ขึ้นมา และในคืนวัน 7 วันสุดท้ายของงานจะมีขบวนแห่โคมไฟที่ชนะการประกวดไปยังท่าเรืออะโอะโมริเรียกว่า "ขบวนแห่เนบุตะกลางทะเล"

ร่วมสนุกในงานเทศกาลเนบุตะกันเถอะ


ถ้าได้ร่วมในขบวนแห่ในฐานะนักเต้นฮะเนะโตะรับรองว่าสนุกแน่นอน ในตัวเมืองอะโอะโมะริมีร้านจำหน่ายและให้เช่าชุดฮะเนะโตะอยู่หลายร้าน หากต้องการเข้าร่วมให้สวมชุดนักเต้นให้เรียบร้อย และเข้าไปร่วมขบวนกับเหล่านักเต้นก่อนที่จะเริ่มพิธีแห่ หลังจากสวมเครื่องแต่งกายและเข้าไปในวงของนักเต้นแล้ว ทีนี้ก็ได้เวลาเปล่งเสียง "รัสเซร่า รัสเซร่า" พร้อมกับเต้นรำโดยการเขย่งก้าวกระโดดสลับซ้ายขวาข้างละ 2 ครั้ง ไปตามจังหวะดนตรี
ในขณะที่อยู่ในขบวนคุณจะรู้สึกได้ถึงความคึกคัก กระตือรือร้นของทุกคน ความรู้สึกที่ได้เป็นส่วนหนึ่งกับงานเทศกาลยิ่งใหญ่นั้นช่างยอดเยี่ยม

Column

สนุกกับงานเทศกาลเนบุตะมากยิ่งขึ้นที่ "วะรัสเซ"

เมื่อได้มาเยือนงานเทศกาลเนบุตะอย่าพลาดที่จะมายัง "เนบุตะ เฮ้าส์ วะรัสเซ่" เดินเพียง 1 นาทีจากสถานีอะโอะโมะริ ภายในมีการจัดแสดงเนบุตะขนาดใหญ่ให้ชมอยู่หลายชิ้น มีการแนะนำประวัติความเป็นมา การปรับเปลี่ยนรูปแบบของการจัดงานเทศกาล รวมถึงขั้นตอนกรรมวิธีการประดิษฐ์โคมไฟ เพลิดเพลินกับการเดินชมโคมเนบุตะขนาดใหญ่ในรูปทรงต่าง ๆ พร้อมทำความรู้จักกับงานเทศกาลเนบุตะให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถซื้อหาของที่ระลึกเกี่ยวกับโคมไฟเนบุตะได้ที่ร้านจำหน่ายของที่ระลึก หรือถ้ามีเวลาเหลืออาจลองสวมชุดฮะเนะโตะ หรือลงคอร์สทำโคมไฟเนบุตะปลาทองด้วยตัวเอง

【จังหวัดอิวะเตะ】 ซันสะโอะโดะริ

โชอิวะยัตเสะ" เข้ากับจังเสียงกลองไทโกะ 12,000 ใบ และการร่ายรำที่สวยงามที่ประกอบไปด้วย มิสซันสะ กลุ่มของนักเต้นที่รักษาวิถีดั้งเดิม และกลุ่มของคนทั่วไป รวมแล้วกว่า 20,000 ชีวิต ร่วมในขบวนพาเหรดแห่ไปยังใจกลางเมืองโมริโอกะ

ในวันสุดท้ายจะมีการจัดขบวนแห่กลองไทโกะญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อรำลึกถึงความสำเร็จในฐานะเจ้าของสถิติโลกขบวนพาเหรดกลองไทโกะ สร้างความคึกครื้นให้กับค่ำคืนฤดูร้อนในโมริโอกะ

(ที่มาของรูป: Morioka Sansa Odori Executive Committee)

เสน่ห์ของ "โมริโอกะซันสะโอะโดะริ" อยู่ที่กลุ่มของนักเต้นแต่งกายสวยงาม และเสียงกลองไทโกะที่ดังกึกก้อง จัดขึ้นวันที่ 1-4 สิงหาคมของทุกปี เสียงร้องประสานที่เปล่งว่า "ซัคโคะระ 

ร่วมเต้นรำไปในขบวนซันสะโอะโดะริกันเถอะ

โมริโอกะซันสะโอะโดะริไม่ใช่เพียงแค่มานั่งชมเท่านั้น แต่สามารถร่วมสนุกกับงานเทศกาลได้ด้วย ในช่วงจัดงานเทศกาลจะมีการฝึกซ้อมการร่ายรำให้กับนักท่องเที่ยวและนักเต้นมือใหม่ เพียงแค่จดจำท่าร่ายรำให้ได้ก็สามารถเข้าร่วมในขบวนพาเหรดได้แล้ว เสียงร้องที่เปล่งว่า "ซัคโคะระ" เมื่อเขียนเป็นตัวษรคันจิจะเขียนได้ว่า "幸呼来" มีความหมายว่า "นำความสุขมาสู่ทุกคน" ลองมาเป็นส่วนหนึ่งในการร่ายรำท่ามกลางเสียงกลองอันกึกก้องดูสักครั้งมั้ย ?

(ที่มาของรูป: Morioka Sansa Odori Executive Committee)

【จังหวัดมิยะกิ】 เทศกาลเซนไดทะนะบะตะ

"เทศกาลเซนไดทะนะบะตะ" คือเทศกาลที่มีการนำไม้ไผ่และกระดาษญี่ปุ่นสีสันสดใสมาประดับตกแต่งทั่วใจกลางเมืองเซนได โดยจะจัดขึ้นตามปฏิทินแบบเก่าซึ่งจะตรงกับช่วงวันที่ 6 - 8 สิงหาคมของทุกปี ประวัติความเป็นมาของเทศกาลเซนไดทะนะบะตะนั้นเริ่มต้นขึ้นในช่วงของดะเตะ มะซะมุเนะ แต่การประดับตกแต่งด้วยไม้ไผ่สีสันสวยงามตามท้องถนนแบบในปัจจุบันเพิ่งเริ่มมีในช่วงต้นของยุคโชวะนี่เอง ในแต่ละปีร้านรวงต่าง ๆ จะใช้เวลาหลายเดือนในการจัดเตรียมของตกแต่ง และในเช้าวันแรกของการจัดงานแต่ละร้านก็จะงัดผลงานการออกแบบของประดับตกแต่ง ที่แฝงไปด้วยไอเดียและรายละเอียดที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองออกมาอวดโฉมประชันกัน

การขอพรด้วย "ของตกแต่ง 7 ชนิด"


ของที่ใช้ตกแต่งกับไม้ไผ่ในงานเทศกาลเซนไดทะนะบะตะจะประกอบไปด้วยของชิ้นเล็ก ๆ 7 ชิ้น ซึ่งผู้ที่ประดิษฐ์ของประดับแต่ละชิ้นก็จะขอพรหรือใส่ความปราถนาของตนลงไปด้วย เช่น "เชือก" หมายถึงการขอให้กิจการเจริญรุ่งเรือง "นกกระเรียนกระดาษ" หมายถึงการขอให้คนในครอบครัวปลอดภัยมีสุขภาพอายุยืนยาว "เสื้อคลุมกระดาษ" หมายถึงขอให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เป็นต้น  ("กระดาษขอพร" หมายถึง การประสบความสำเร็จเรื่องการเรียนการเขียนหนังสือ, ตาข่าย หมายถึง การทำประมง-การเก็บเกี่ยวพืชผล, "ตระกร้า" หมายถึง ความสะอาดและการประหยัด , พู่ห้อย หมายถึง ด้ายทอของเจ้าหญิงทอผ้า)

ในช่วงที่มีการจัดงานจะมีมุมสำหรับให้ได้ลองประดิษฐ์ของตกแต่งด้วยตัวเอง สามารถใส่ความปรารถนาหรือคำขอพรในสิ่งที่ตัวเองต้องการในขณะที่ทำของตกแต่งของตัวเองด้วยได้

Column

ทะนะบะตะยามค่ำคืนที่ ซุยโฮเดน (Zuihoden)

ซุยโฮเดน คือสุสานประจำตระกูลของดะเตะ มะซะมุเนะ ผู้ปกครองแคว้นเซนไดในอดีต ในช่วงที่มีการจัดงานเทศกาลเซนไดทะนะบะตะจะมีการตกแต่งพื้นที่และบันไดหินทั้ง 70 ขั้นด้วยโคมไฟไม้ไผ่จำนวน 1,200 แท่งสว่างไสวไปทั่วบริเวณ มาลองสัมผัสแสงไฟที่ระยิบระยับในค่ำคืนฤดูร้อน ที่บรรยากาศต่างไปจากในเมืองดูมั้ย ?

【จังหวัดอะคิตะ】เทศกาลอะคิตะคันโต

"เทศกาลอะคิตะคันโต" คือขบวนแห่โคมไฟที่ห้อยอยู่บนเสาไม้ไผ่คันโต 280 แท่ง เป็นแสงสว่างยามค่ำคืนให้กับอะคิตะในช่วงฤดูร้อน จัดขึ้นในช่วงวันที่ 3 - 6 สิงหาคมของทุกปี เพื่อขอพรให้ปีนั้นการเก็บเกี่ยวได้ผลผลิตที่ดี โดยตัวเสาไม้ไผ่ทั้งหมดเป็นสัญลักษณ์ของรวงข้าว ส่วนโคมไฟเป็นสัญลักษณ์แทนกระสอบข้าว

เสาไม้ไผ่คันโตแต่ละเสายกชูขึ้นฟ้า สูงประมาณ 12 เมตร หนักประมาณ 50 กิโลกรัม ผู้ที่ทำหน้าที่เป็น "นักแสดง" จะนำเสาคันโตนี้จะทำการเชิดเสาไปมา และนำมาตั้งไว้บนฝ่ามือ หน้าผาก บ่า และสะโพก ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก ถือเป็นนักแสดงระดับปรมาจารย์ตัวจริง ผู้เข้าชมเองก็จะช่วยกันเปล่งเสียงร้องเป็นจังหวะว่า "ดกโคอิโช ดกโคอิโช" ในตอนที่นักแสดงทำการเชิดเสาไม้ไผ่คันโตขึ้นสู่ท้องฟ้า หากได้มาสัมผัสความสวยงามของโคมไฟและเสาไม้ไผ่คล้ายรวงข้าวส่องแสงสว่างลอยไปมาอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน ผสานกับเทคนิคการแสดงของผู้ที่เชิดเสาไม้ไผ่แล้วละก็ รับรองว่าคุณจะต้องทึ่งจนเกือบลืมหายใจ

ฝืมือการเชิดเสาไม้ไผ่คันโตของเหล่านักแสดง


การที่จะต้องเอาเสาไม้ไผ่คันโตสูงกว่า 12 เมตร หนักกว่า 50 กิโลกรัมไปวางบนจุดต่าง ๆ ของร่างกายที่ดูไม่น่าจะรองรับน้ำหนักได้อย่างฝ่ามือ บ่า หน้าผาก และเอว จะต้องใช้เทคนิคและฝีมือในการทรงตัวเป็นอย่างมากเพื่อไม่ให้เสาไม้ไผ่ล้มลงมา ฝีมือในการเชิดเสาไปมาอย่างอิสระในขณะที่ต้องวางไว้ตรงจุดนั้นจุดนี้ตามร่างกายนั้น คือ พรสวรรค์ที่ได้จากการฝึกฝนอยู่เป็นประจำทุกวัน ในช่วงงานเทศกาล มีการจัดแข่งขัน  การสอนและปรับปรุงเทคนิคดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นโดย "สมาคมฝึกฝนทักษะคันโต" วัตถุประสงค์ก็เพื่อพัฒนาทักษะของเหล่านักแสดง เพื่อให้สามารถส่งต่อไปยังคนรุ่นหลังต่อไปได้นั่นเอง

【จังหวัดยะมะกะตะ】 เทศกาลยะมะกะตะฮานะกะสะ

เทศกาลยะมะกะตะ ฮานะกะสะ จัดขึ้นในช่วงวันที่ 5 - 7 สิงหาคมของทุกปี ขบวนนักเต้นกว่าหมื่นคน เดินร่ายรำประกอบเพลงพื้นเมืองยะมะกะตะ "ฮานะกะสะ ออนโดะ" พร้อมเปล่งเสียงร้อง "ยัชโชะ มะคะโชะ" ตามจังหวะเสียงกลองไทโกะฮานะกะสะดังกระหึ่ม ไปตามถนนสายหลักของเมืองยะมะกะตะ คำว่า "ฮานะกะสะ" หมายถึงหมวกสานประดับดอกไม้สีแดงที่นักเต้นถือไว้ในมือ เมื่อกลุ่มนักเต้นสวมชุดกิโมโนลวดลายสวยงามเต้นพร้อมกัน หมวกฮานะกะสะจะหมุนอย่างรวดเร็ว สร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้ชม

ร่วมสนุกในงานเทศกาลฮานะกะสะกันเถอะ


โอกาสที่จะได้มีส่วนร่วมในเทศกาลฮานะกะสีมีอยู่ด้วยกัน 2 ครั้ง ครั้งแรกในตอนเริ่มเทศกาลช่วงเวลาประมาณ 18:00 น. ใน "มุมเต้นรำเป็นวงกลม" ระหว่างขบวนพาเหรดมุ่งหน้าไปยังหน้าที่ทำการเมืองยะมะกะตะ ครั้งที่สองช่วงเวลาประมาณ 20:00 น. บริเวณท้ายแถวจะมี "มุมกระโดดเข้ามาร่วมเต้น" ที่สามารถกระโดดเข้ามาร่วมวงได้เต้นรำไปด้วยได้

ในตอนที่เข้าร่วมทั้งสองช่วง คุณจะได้รับหมวกฮานะกะสะอย่างง่ายหรือไม่ก็พัดรูปหมวกที่เอามาใช้ประกอบการเต้นรำ ใครที่ไม่เคยเต้นรำก็สามารถเข้าร่วมได้ ตรงกลางของวงเต้นรำจะมีอาจารย์สแตนด์บายคอยสอนมือใหม่ เพราะฉะนั้นอย่าลังเลที่จะมาร่วมสนุกไปด้วยกัน
 

【จังหวัดฟุคุชิมะ】 เทศกาลโซมะโนะมะโอะอิ

"โซมะโนะมะโอะอิ" เป็นพิธีกรรมทางศาสนาของศาสนาชินโต มีต้นกำเนิดมานานกว่า 1,000 ปี จัดขึ้นทุกปีในวันเสาร์ถึงวันจันทร์ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม ในวันอาทิตย์จะมีการจัดกิจกรรมหลักของเทศกาล เริ่มด้วย "การเดินขบวน" ของเหล่านักรบสวมเกราะขึ้นขี่ม้าเดินไปในเมือง "งานแข่งม้าเกราะ" ม้า 10 ตัววิ่งแข่ง 1 รอบ 1,000 เมตรโดยชูธงแบบโบราณไปด้วย และการ "แข่งชิงธง" ใช้ม้าหลายร้อยตัวกระโดดขึ้นฟ้าเพื่อแย่งกันชิงธง 2 ผืน

พาเหรดเหล่านักรบชุดเกราะเดินขบวนไปรอบเมืองด้วยม้าสวมชุดเกราะที่กระทบกันเป็นเสียงดังกึกก้อง การแข่งม้าเกราะรับรู้ได้ถึงความทรงพลังของเหล่านักรบทหารม้าขณะที่ขี่ม้าวิ่งฝ่าสายลม และการชิงธงศักดิ์สิทธิ์ที่ต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของคนในท้องถิ่น

ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในสมัยยุคสงครามเซ็นโกคุ ที่ต้องมาสัมผัสด้วยตัวคุณเอง

ต้นกำเนิดของเทศกาลโซมะโนะมะโอะอิกับชุดเกราะของบรรพบุรุษ


กล่าวกันว่าโซมะโนะมะโอะอิมีต้นกำเนิดมาจากการฝึกทหารของตระกูลใหญ่ ไทระ โนะ มะสะคะโด สืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 1,000 ปี ให้คุณรู้สึกได้ถึงความโรแมนติกของประวัติศาสตร์อันงดงาม
ชุดเกราะที่ทหารม้าผู้กล้าหาญสวมใส่นั้นผลิตและซ่อมแซมโดยหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านเกราะที่มีเพียงไม่กี่คนในญี่ปุ่น ชิ้นส่วนของชุดเกราะทั้ง 10,000 ชิ้นล้วนเป็นงานแฮนด์เมดผลิตด้วยมือทั้งสิ้น เช่น การตีเหล็ก การแกะสลัก การเคลือบเงา และการย้อมสี เป็นต้น

หากได้มาเยี่ยมชมถึงที่ อย่าลืมที่จะพิจารณาถึงรายละเอียดต่าง ๆ ของชุดเกราะและหมวกเกราะคาบูโตะ

【จังหวัดนิอิกะตะ】 เทศกาลดอกไม้ไฟนะกะโอะกะ

เทศกาลดอกไม้ไฟนะกะโอกะจัดขึ้นวันที่ 1 - 3 สิงหาคมของทุกปี ติดอันดับ "1 ใน 3 เทศกาลดอกไม้ไฟที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น" เป็นงานดอกไม้ไฟที่ทั่วประเทศจับตามอง วันที่ 2 และ 3 ของการจัดงาน พลุดอกไม้ไฟจำนวน 20,000 ลูกถูกยิงขึ้นฟ้าในช่วงระยะเพียง 2 วันเท่านั้น

จุดเริ่มต้นของงานเทศกาลนะกะโอกะ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1945 วันที่เมืองนะกะโอกะถูกโจมตีทางอากาศ ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จะสิ้นสุดลง หลังจากนั้นหนึ่งปีให้หลังก็ได้มีการจัดงานเทศกาลนะกะโอกะขึ้น เพื่อรำลึกถึงเหยื่อที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศครั้งนั้น และฟื้นฟูจิตใจผู้เสียหายในจังหวัดนิอิกะตะจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ชูเอะสึในปี ค.ศ. 2004 ได้มีการจัดพิธีสวดมนต์เพื่อสันติภาพ พร้อมกับการจุดพลุไฟนานาชนิด เพื่อให้ทุกคนได้รำลึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

ความทรงจำที่ใส่ไว้ในดอกไม้ไฟนะกะโอกะ


งานเทศกาล "ฟีนิกซ์ พลุดอกไม้ไฟเพื่อการฟื้นฟูเมือง" เริ่มต้นขึ้นเพื่อหวังว่าจังหวัดนิอิกะตะจะได้ฟื้นตัวหลังจากที่ผ่านแผ่นดินไหวชูเอะสึในปี ค. ศ. 2004 พลุดอกไม้ไฟสตาร์ไมน์ขนาดความกว้าง 1.7 กิโลเมตร ถูกจุดขึ้นพร้อมความปรารถนาอันแรงกล้าที่หวังให้เมือง "ฟื้นคืนชีพได้เหมือนกับนกอมตะ" และส่งความรู้สึกขอบคุณสำหรับนความช่วยเหลือที่ชาวเมืองได้รับจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว
"โชซันชาคุทามะ" ลูกพลุเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 650 เมตร ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ถูกจุดขึ้นติดต่อกัน 3 ลูก แต่ละลูกสื่อถึงความหมายที่ต่างกัน พลุลูกแรกที่ถูกจุดขึ้นมีสีขาวแทน "การเซ่นไหว้ดวงวิญญาณ" ลูกที่ 2 จะเป็นการนำดอกไม้ไฟขนาดเล็ก ๆ มารวมกันในลูกเดียวแทน "การฟื้นฟู"  ส่วนลูกที่ 3 เป็นลักษณะห้อยย้อยลงสู่ฟื้นสื่อความหมายถึง "สันติภาพ"

  • 【จังหวัดอะโอะโมะริ】 เทศกาลอะโอะโมริเนบุตะ
  • 【จังหวัดอิวะเตะ】 ซันสะโอะโดะริ
  • 【จังหวัดมิยะกิ】 เทศกาลเซนไดทะนะบะตะ
  • 【จังหวัดอะคิตะ】เทศกาลอะคิตะคันโต
  • 【จังหวัดยะมะกะตะ】 เทศกาลยะมะกะตะฮานะกะสะ
  • 【จังหวัดฟุคุชิมะ】 เทศกาลโซมะโนะมะโอะอิ
  • 【จังหวัดนิอิกะตะ】 เทศกาลดอกไม้ไฟนะกะโอะกะ

GoogleMap สามารถใช้ได้ฟรีโดยจะมีการจำกัดจำนวนครั้งในการแสดงผล
อาจมีบางช่วงเวลาที่ไม่สามารถเรียกดูได้เนื่องจากสภาพแวดล้อมการใช้งาน