ชมซากุระมิจิโนะคุที่ใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น ท่องเที่ยวภาคเหนือของโทโฮคุ 3 วัน 2 คืน

แผนที่พื้นที่ 青森県 岩手県 宮城県 秋田県 山形県 福島県 新潟県
เริ่มต้น
วันที่ 1
 
 

สวนสาธารณะฮิโรซาคิ

รู้สึกประทับใจกับความงามในแต่ละฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นทะเลซากุระแสนงาม ใบไม้เปลี่ยนสีสดใส หรือปราสาทที่มีหิมะปกคลุม

สวนสาธารณะฮิโรซาคิ
ปราสาทฮิโระซะกิตั้งอยู่ในสวนฮิโระซะกิ ไม่น่าเชื่อว่าจุดที่น่าชมที่สุดของสวนฮิโระซะกิคือซากุระ ทั้งยังเป็น “หนึ่งในสามจุดชมซากุระชื่อดังของญี่ปุ่น” ที่จะมีซากุระ 2,600 ต้นจากกว่า 50 สายพันธุ์บานสะพรั่ง ช่วงปลายเดือนเมษายน - ต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปีจะมีการจัด “เทศกาลฮิโระซะกิซากุระ” ซึ่งได้รับเสียงเรียกร้องเยอะที่สุดในญี่ปุ่นและมีผู้คนมากมายจากทั้งในและต่างประเทศมาเพื่อเพลิดเพลินกับซากุระ ภายในสวนมีพื้นที่กว้างดังนั้นการนั่ง “รถลากนำเที่ยว” เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ต่างๆ แบบเก๋ๆ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง
คูเมืองรอบนอกของปราสาทฮิโระซะกิจะสะท้อนภาพซากุระทั้งสองริมฝั่งบนผิวน้ำดั่งกระจกและเผยให้เห็นความงามตระการตา ซากุระของที่นี่โด่งดังเพราะจะยิ่งดึงดูดผู้คนมากยิ่งขึ้นแม้หลังจากดอกไม้ร่วงโรยไปแล้ว “แพดอกไม้” ที่จะมีกลีบดอกไม้ไหลไปตามผิวน้ำของคูเมืองและ “พรมซากุระ” ที่จะมีกลีบดอกไม้อัดแน่นเต็มคูเมืองนั้น ยังได้รับเลือกจากเพจยอดนิยมบน facebook ให้เป็น “ทัศนียภาพสวยงามจากทั่วโลกที่อยากไปให้ได้ก่อนตาย!” และกลายเป็นกระแสที่ผู้คนพูดกัน ซากุระช่วงกลางคืนที่ประดับไฟก็น่ามหัศจรรย์ไม่แพ้กัน ปราสาทฮิโระซะกิที่มีหอคอยกับซากุระสวยสดใสได้รังสรรค์ให้เกิดทิวทัศน์อันเต็มไปด้วยบรรยากาศแบบญี่ปุ่น
ไม่ใช่เพียงแค่ “เทศกาลซากุระ” ในฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น แต่ยังมี “เทศกาลใบไม้เปลี่ยนสี่” กับ “เทศกาลดอกเบญจมาศ” ในฤดูใบไม้ร่วง และ “เทศกาลโคมไฟหิมะ” ในฤดูหนาวอีกด้วย ฤดูใบไม้ร่วงจะมีต้นไม้สีสันสดใสและตุ๊กตาดอกเบญจมาศที่โดดเด่นตั้งเรียงรายสวยงาม ส่วนฤดูหนาวจะมีความน่าอัศจรรย์มาจากหอคอยปราสาทอันงามสง่าที่มีหิมะปกคลุมและกลุ่มบ้านหิมะจิ๋วที่จุดไฟเอาไว้ด้านใน จึงไม่ควรพลาดมาชมความงามในแต่ละฤดูกาลกันให้ได้
บริเวณใกล้ๆ กับสวนจะมี “หมู่บ้านสึงารุฮังเนปุตะ” “สวนอนุสรณ์ฟุจิตะ” ที่มีอาคารสไตล์ตะวันตกกับสวนญี่ปุ่นแสนวิเศษ “ร้านสตาร์บัคส์คอฟฟี่ สาขาหน้าสวนฮิโระซะกิ” สไตล์ย้อนยุคซึ่งสร้างจากสมบัติทางวัฒนธรรมที่มีรูปร่างและอื่นๆ อยู่ในระยะเดินได้ ฉะนั้นอย่าลืมไปเยือนกันให้ได้นะคะ
 

ปราสาทฮิโรซากิ

หอคอยปราสาทสีขาวทางเหนือสุดของญี่ปุ่นซึ่งสง่างามอยู่ท่ามกลางซากุระ หิมะ และท้องนภาสีฟ้าคราม

ปราสาทฮิโรซากิ
ปราสาทฮิโระซะกิตั้งอยู่ในสวนฮิโระซะกิ (สวนโอโย) และเป็นปราสาททางเหนือสุดในญี่ปุ่นซึ่งยังคงเหลืออยู่ในปัจจุบัน ทั้งยังได้รับเลือกให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น ไม่เพียงแต่ตัวปราสาทเท่านั้น ทั้งประตูในสวน สะพาน และคูรอบปราสาทต่างก็อบอวลด้วยกลิ่นอายเก่าแก่ราวกับย้อนเวลากลับไปในสมัยเอโดะ การเปิดเป็นสวนแล้วยังรักษาปราสาทที่มีขนาดใหญ่ขนาดนี้ให้คงสภาพแบบในอดีตกาลเอาไว้ได้นั้นถือว่าหาได้ยากในญี่ปุ่น
ไม่ควรพลาดชมหอคอยปราสาท ประตูปราสาทของ 5 อาคารและป้อมปราการของ 3 อาคาร ส่วนตัวปราสาทที่มองเห็นจากสะพานเกะโจก็เป็นจุดถ่ายภาพแสนวิเศษที่เก็บภาพได้ทั้งรั้วสีแดงและหอคอยปราสาท อย่าลืมให้ความสนใจชาจิโฮโกะ (ตัวเป็นปลาหัวเป็นเสือ) บนหลังคาชั้นที่ 3 ของตัวปราสาทด้วย ภายในสวนมีพื้นที่กว้างดังนั้นการนั่ง “รถลากนำเที่ยว” เพลิดเพลินกับความงามของทิวทัศน์หลากหลายก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง
กล่าวกันว่านักรบประจำแคว้นสึกะรุได้สั่งซากุระ 25 ต้นมาจากเกียวโตในปี 1715 ทำให้ซากุระในสวนฮิโระซะกิมีประมาณ 2,600 ต้นจาก 50 สายพันธุ์ปลูกเอาไว้อยู่ในปัจจุบันนี้ แพดอกไม้ที่คูรอบนอกจะเรียกกันว่า “พรมซากุระ” และภาพของกลีบดอกซากุระที่อัดแน่นอยู่เต็มนั้นก็เป็นวิวที่สวยงามอย่างแท้จริง
“เทศกาลฮิโระซะกิซากุระ” ที่ได้รับเสียงเรียกร้องเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นจะจัดตามฤดูดอกไม้บานในช่วงปลายเดือนเมษายน - ต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปีและจะมีผู้คนจากทั้งในและต่างประเทศมาชื่นชมซากุระกว่า 2 ล้านคน ไม่ใช่เพียงแค่ “เทศกาลซากุระ” ในฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น แต่ยังมี “เทศกาลใบไม้เปลี่ยนสี” กับ “เทศกาลดอกเบญจมาศ” ในฤดูใบไม้ร่วง และ “เทศกาลโคมไฟหิมะ” ในฤดูหนาวอีกด้วย ฤดูใบไม้ร่วงจะมีต้นไม้สีสันสดใสและตุ๊กตาดอกเบญจมาศที่โดดเด่นสวยงาม ส่วนฤดูหนาวจะมีความน่าอัศจรรย์มาจากหอคอยปราสาทอันงามสง่าที่มีหิมะปกคลุมและกลุ่มบ้านหิมะจิ๋วที่จุดไฟเอาไว้ด้านใน จึงไม่ควรพลาดมาชมความงามในแต่ละฤดูกาลกันให้ได้
บริเวณใกล้ๆ กับสวนจะมี “หมู่บ้านสึกะรุฮังเนปุตะ” “สวนอนุสรณ์ฟุจิตะ” ที่มีอาคารสไตล์ตะวันตกกับสวนญี่ปุ่นแสนวิเศษ “สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ สาขาหน้าสวนฮิโระซะกิ” ในสไตล์ย้อนยุคซึ่งสร้างมาจากทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่มีรูปร่างและอื่นๆ อยู่ในระยะเดินได้ภายในสวน ฉะนั้นอย่าลืมไปเยือนกันให้ได้ค่ะ
 

แอปเปิลพาย

แอปเปิลพาย
ในเมืองฮิโระสะขิ จังหวัดอาโอโมริ มีร้านที่จำหน่ายแอปเปิลพายเกือบ 50 ร้าน ไปรับ "ไกด์บุ๊คแอปเปิลพายฮิโระสะขิ" จากศูนย์แนะนำนักท่องเที่ยวแล้วทัวร์ชิมแอปเปิลพายหลายๆ ร้านก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมแนะนำ แต่ละร้านก็มีจุดเด่นไม่เหมือนกันทั้งรสหวาน, รสเปรี้ยว, กลิ่นชินนามอน รับรองว่าคุณจะได้เจอแอปเปิลพายที่ถูกใจแน่นอน
 
 
 

สานสาธารณะ ปราสาทโมริโอกะ (สวนสาธารณะอิวาเตะ)

ห้ามพลาดชมความงามของกำแพงหิน! มาดื่มด่ำกับมนต์เสน่ห์ในแต่ละฤดูกาลที่ซากปราสาท

สานสาธารณะ ปราสาทโมริโอกะ (สวนสาธารณะอิวาเตะ)
"ปราสาทโมริโอกะได้ถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นและหนึ่งในร้อยอันดับปราสาทชื่อดังของญี่ปุ่น ปราสาทตั้งอยู่ในจุดที่เดินทางง่ายโดยใช้เวลาเดิน 15 นาทีจากสถานีโมริโอกะ
เทศกาลซากุระ” ในฤดูใบไม้ผลิจะมีคนมากันอย่างคับคั่ง ซากุระที่เปล่งประกายจากแสงของโคมไฟในช่วงกลางคืนก็จะมาช่วยสะกดผู้คนให้หลงใหลด้วย เดือนพฤษภาคมจะมีซุ้มดอกวิสทีเรียและเดือนกรกฎาคมจะมีดอกไฮเดรนเยียมาแต่งแต้มสีสันสวยงามให้บริเวณบ่อน้ำสึรุกะ ในฤดูใบไม้ร่วงจะมีใบเมเปิ้ลและใบแปะก๊วยเปลี่ยนสีมาช่วยเสริมความงามให้กับกำแพงหินที่อยู่ด้านหลัง “โมริโอกะยูกิอาคาริ” ในฤดูหนาวจะมีกระท่อมหิมะจิ๋วจุดไฟสว่างมารังสรรค์ให้ภายในสวนมีความมหัศจรรย์ ที่นี่เป็นสวนอันเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ทิวทัศน์จะแปรเปลี่ยนไปตามฤดูกาลทั้งสี่
ปราสาทโมริโอกะเริ่มสร้างในปี 1597 และเรียกกันว่าปราสาทโคซุคาตะ เป็นปราสาทสำหรับอยู่อาศัยของผู้ครองแคว้นแต่ตัวปราสาทพังไปเกือบหมดในปี 1874 แต่กำแพงหินยังคงอยู่ในสภาพสวยงามและมีการปรับปรุงขึ้นมาใหม่ให้เป็นสวนในปี 1906
ปัจจุบันคุ้นเคยกันในชื่อ “สวนซากปราสาทโมริโอกะ” และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง ทั้งยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “ร้อยอันดับสวนทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น”
มีศิลาจารึกของเหล่าบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับสถานที่แห่งนี้ เช่น ศิลาจารึกบทเพลงของอิชิคาวะ ทาคุโบคุ ศิลาจารึกบทกวีของมิยะซะวะ เค็นจิ และศิลาจารึกงานประพันธ์ของนิโตเบะ อินาโซ
 

อาหารเย็น: โมะริโอะกะซังไดเมงพักในเมืองโมะริโอะกะ

สามเส้นแห่งโมริโอกะ (วังโกะโซบะ, โมริโอกะเรเมง, โมริโอกะจะจะเมง)

อาหารเย็น: โมะริโอะกะซังไดเมงพักในเมืองโมะริโอะกะ
"วังโกะโซบะ" โซบะที่ทานด้วยความรวดเร็วเป็นจังหวะเดียวกับเสียงตอนเสิร์ฟ "ไฮ่ จังจัง ไฮ่ ดงดง" "โมริโอกะเรเมง" จุดเด่นคือซุปเนื้อเข้มข้นและเส้นกรอบ "โมริโอกะจะจะเมง" อุด้งเส้นแบนคลุกกับมิโสะเนื้อ แตงกวา และขิงบด รวมกันทั้ง 3 อย่างเป็น "สามเส้นแห่งโมริโอกะ"



จองที่พัก
วันที่ 2
 
 

ทะลเสาบทาซาวะ

สีน้ำเงินเข้มน่าพิศวง พาวเวอร์สปอตที่น้ำลึกที่สุดในญี่ปุ่น

ทะลเสาบทาซาวะ
ทะเลสาบทะซะวะได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในร้อยอันดับวิวที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น น้ำในทะเลสาบเป็นสีฟ้าเข้มใสถึงขนาดมองเห็นปลาว่ายน้ำได้
ทะเลสาบนี้ลึกที่สุดในญี่ปุ่นและจุดที่ลึกที่สุดคือ 423.4 เมตร ผิวน้ำทะเลสาบจะเปลี่ยนไปหลายเฉดสีตามความลึกของน้ำ ทั้งสีฟ้าสดใสแบบทองฟ้า สีน้ำเงิน และสีกรมท่า จึงควรค่าแก่การมาชม เชิญลองมานั่งเรือสำราญ เรือถีบ เรือแคนู เรือคายัค หรือบอร์ดยืนพายเที่ยวเล่นเหนือทะเลสาบกันให้ได้ สีจะแปรเปลี่ยนไปตามจุดที่ชมฉะนั้นขอแนะนำการปั่นจักรยาน การเดินเขา และการขับรถยนต์ริมทะเลสาบด้วย หากตั้งแคมป์ก็จะได้เพลิดเพลินกับการเปลี่ยนแปลงตามเวลาด้วย
""รูปปั้นทัตสึโกะ"" เป็นรูปปั้นหญิงสาวสีทองยืนอยู่หน้าทะเลสาบอันกว้างใหญ่และเป็นจุดท่องเที่ยวชื่อดังของทะเลสาบทะซะวะ สร้างขึ้นมาจากตำนานว่าในสมัยก่อนมีเด็กสาวชื่อทัตสึโกะผู้เคยปรารถนาจะมีหน้าตาสวยงามไปตลอดชั่วกัลปาวสาน แต่ก็ดันกลายเป็นมังกรไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ เธอจึงกระโดดลงไปในทะเลสาบทะซะวะเพื่อฆ่าตัวตาย ตำนานนี้ยังไม่หมดแต่เพียงแค่นั้น ทะเลสาบชื่อฮาจิโรงาตะก็มีผู้ชายชื่อทาโร ฮาจิโร ที่กลายร่างจากมนุษย์เป็นมังกรและได้หลงรักกับทัตสึโกะ ทั้งสองมาอยู่อาศัยในทะเลสาบทะซะวะ ทะเลสาบทะซะวะจึงลึกขึ้นเรื่อยๆ และไม่แข็งตัวในฤดูหนาว แต่ในอีกด้านหนึ่ง ทะเลสาบฮาจิโรงาตะที่ไร้เจ้าของแล้วก็ตื้นขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี
รูปปั้นที่เกี่ยวกับตำนานทัตสึโกะมี 3 รูป ได้แก่ “ทัตสึโกะคันนน” ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออกและ “รูปปั้นฮิเมะคันนน” ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งเหนือของทะเลสาบ รวมถึง “รูปปั้นเจ้าหญิงทัตสึโกะ” ที่ตั้งอยู่ในบริเวณศาลเจ้าโกซาโนะอิชิ “ศาลเจ้าอุคิคิ” ที่ตั้งติดกับรูปปั้นทัตสึโกะเป็นพาวเวอร์สปอตเรื่องการขอเนื้อคู่ ส่วน “ศาลเจ้าโกซาโนะอิชิ” บูชาทัตสึโกะฮิเมะโนะคามิเป็นเทพเจ้าหลักประจำศาลเจ้าจะช่วยให้พรเรื่องความเลอโฉม อีกทั้งโทริอิสีแดงก็เป็นจุดถ่ายภาพที่ได้รับความนิยมด้วย
 
 

บ้านของซามูไร

มาย้อนเวลาไปกับ “เกียวโตจิ๋วแห่งมิจิโนะคุ”

บ้านของซามูไร
คะคุโนะดะเทะเป็นเมืองรอบปราสาทที่เคยเจริญรุ่งเรืองในสมัยเอโดะและได้รับฉายาว่า ""เกียวโตจิ๋วแห่งมิจิโนะคุ"" โดยภายในพื้นที่เล็กๆ รัศมี 2 กม. มีสิ่งก่อสร้างตั้งแต่สมัยโบราณหลงเหลืออยู่จำนวนมาก เช่น คฤหาสน์ซามูไร จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติแห่แหนกันมาเพื่อชมเมืองอันงดงามแบบย้อนยุค ถนนเส้นหลักที่ตัดผ่านระหว่างกลุ่มคฤหาสน์ซามูไรได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มสถาปัตยกรรมดั้งเดิมสำคัญของญี่ปุ่นและได้รับการอนุรักษ์เป็นสมบัติทางวัฒนธรรม
คุณสามารถเยี่ยมชมคฤหาสน์ซามูไรของจริงจำนวนมากได้ เช่น “คฤหาสน์อิชิกุโระ” “หมู่บ้านประวัติศาสตร์คะคุโนะดะเทะ คฤหาสน์อาโอยางิ” “คฤหาสน์อิวาฮาชิ” “คฤหาสน์มัตสึโมโตะ” “คฤหาสน์คาวาราดะ” ในบรรดานั้นมีคฤหาสน์ที่ยังใช้เป็นบ้านที่อยู่อาศัยแม้ในปัจจุบันนี้ด้วย บริเวณโดยรอบมีร้านให้เช่าชุดกิโมโนอยู่หลายแห่งจึงขอแนะนำให้เปลี่ยนไปสวมชุดกิโมโนโบราณแล้วไปเดินเล่น การเดินเล่นท่ามกลางบ้านเมืองที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นในชุดกิโมโนจะทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปอย่างไม่ต้องสงสัย แล้วจะยิ่งรู้สึกเช่นนั้นมากขึ้นเมื่อนั่งรถลากตระเวนไปตามถนนหนทางจาก “พิพิธภัณฑ์ศิลปะหัตถกรรมจากเปลือกไม้ซากุระ”
มีกลิ่นอายที่แตกต่างไปตามฤดูกาลทั้งสี่ไม่ว่าจะเป็นซากุระ ใบไม้เขียวชอุ่ม ใบไม้เปลี่ยนสี หรือวิวหิมะ แต่โด่งดังเป็นพิเศษในฐานะเป็นจุดชมซากุระชื่อดังและจะมีผู้คนมากมายมากันอย่างคับคั่งตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนจนถึงต้นเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นช่วงเหมาะกับการชม สีซากุระของซากุระพันธุ์กิ่งย้อยที่สง่างามอยู่บนรั้วสีดำของคฤหาสน์ซามูไรนี้เป็นวิวธรรมชาติที่สวยงาม มีซากุระพันธุ์กิ่งย้อยเรียงรายกว่า 400 ต้นและ 162 ต้นในบรรดานั้นได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นอนุสรณ์ทางธรรมชาติของญี่ปุ่นอีกด้วย
ทำเลดีโดยใช้เวลาเดิน 15-20 นาทีจากสถานี JR คะคุโนะดะเทะ และ “คะคุโนะดะเทะเอกิมาเอะคุระ” อาคารสไตล์โกดังที่ตั้งอยู่หน้าสถานีได้กลายเป็นศูนย์แนะนำข้อมูลท่องเที่ยว ซึ่งการหยิบแผนที่หรือแผ่นพับนี้จะช่วยให้คุณเที่ยวได้สะดวกสบาย
 

สวนเซนชู

สวนญี่ปุ่นที่จะแต่งแต้มสีสันให้กับฤดูกาลทั้งสี่และจะให้พบกับประวัติศาสตร์ชัดเจน

สวนเซนชู
สวนเซ็นชูเป็นสวนที่สร้างบนร่องรอยปราสาทบริเวณใจกลางเมืองอะคิตะและอยู่ในรูปแบบสวนญี่ปุ่นที่จะให้เพลิดเพลินกับธรรมชาติในแต่ละฤดูกาล ช่วงกลาง - ปลายเดือนเมษายนของทุกปีจะมีซากุระกว่า 730 ต้นบานสะพรั่งและได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “ร้อยอันดับจุดชมซากุระชื่อดัง” ช่วงกลาง - ปลายเดือนพฤษภาคมจะมีดอกอาซาเลียบานรอบสระน้ำโคเก็ตสึ ปลายเดือนมิถุนายนจะมีต้นไอริสบานอยู่ล่างป้อมปราการชั้นใน และปลายเดือนกรกฎาคมจะมีดอกบัวบานอยู่ในคูน้ำของประตูใหญ่โอเทะมง ทำให้ผู้ที่มาชมได้เพลิดเพลินกัน ใบไม้ที่กลายเป็นสีแดงฉานในฤดูใบไม้ร่วงและสวนที่กลายเป็นโลกสีเงินไปทั่วบริเวณในฤดูหนาวก็เป็นทิวทัศน์ที่สวยงามตระการตาเช่นกัน
ร่องรอยปราสาทคุโบตะอันเป็นปราสาทสำหรับอาศัยของตระกูลซาทาเคะซึ่งมีฐานันดร 2 แสนโคคุ และครองแคว้นอะคิตะมายาวนานถึง 267 ปีตั้งแต่ปี 1602 จึงมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์อยู่มากมาย ห้องหัวหน้าที่เรียกว่า “โอโมโนะงาชิระโกบันโชะ” ซึ่งรับหน้าที่รักษาความปลอดภัยและดับเพลิงของปราสาทคุโบตะในยุคปี 1700 นั้นยังคงสภาพเดิมอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ “โอซุมิยางุระ” ซึ่งเคยรับหน้าที่เป็นจุดเฝ้ายามกับคลังเก็บอาวุธและ “ประตูหน้าของปราสาทคุโบตะ” ซึ่งเคยใช้เป็นประตูทางเข้าป้อมปราการชั้นในก็ได้รับการบูรณะ “หอเอกสารซาทาเคะ” มีจัดแสดงสิ่งของมีค่า เช่น หมวกเกราะและเกราะของผู้ครองแคว้นตระกูลซาทาเคะ
ภายในสวนยังมี “ศาลเจ้าโยจิโรอินาริ” ที่มีจุดถ่ายภาพสวยๆ อย่างโทริอิสีแดงที่เรียงต่อกันหลายอันและ “ศาลเจ้าฮะจิมันอะคิตะ” ที่มี “เซียมซีนกพิราบ” ซึ่งผูกออกมาได้เป็นรูปนกพิราบน่ารักๆ ทั้งยังจะได้สัมผัสกับ “สุนัขอะคิตะ” อันเป็นที่นิยมและสามารถซื้ออาหารขึ้นชื่อของอะคิตะอย่าง “บาบาเฮระไอซ์” ซึ่งจะจัดไอศกรีมให้ออกมาเป็นรูปทรงกุหลาบได้ด้วย ทำเลดีโดยใช้เวลาเดิน 10 นาทีจากสถานีอะคิตะ แถมยังมีสถานที่ให้สนุกสนานกันมากมายด้วย
 

อาหารเย็น: หม้อไฟคิริทันโปะพักในเมืองอะคิตะ

ต้มคิริทัมโปะ

อาหารเย็น: หม้อไฟคิริทันโปะพักในเมืองอะคิตะ
"ต้มคิริทัมโปะ" อาหารท้องถิ่นชื่อดังของอะคิตะ คิริทัมโปะทำโดยนำก้อนข้าวบี้พันไม้สนที่เรียกว่า "ทัมโปะ" ไปย่างแล้วตัดเป็นชิ้นๆ (คิริ) ให้ทานง่าย ใส่ลงไปในซุปแสนอร่อยที่เคี่ยวด้วยไก่ฮินะอิ หนึ่งในสามไก่ที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่น ทานคู่กับเนื้อไก่, ต้นหอม, ขึ้นช่าย และอื่นๆ รสซุปจะซึมเข้าไปในคิริทัมโปะ เคี้ยวแล้วนุ่มหนึบ เป็นจานเด็ดที่ไม่ควรพลาด



จองที่พัก
วันที่ 3
 
 

คิตะคามิเทนโชจิ

คิตะคามิเทนโชจิ
คิตะคามิเทนโชจิตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคิตะคามิ เป็นที่รู้จักกันในฐานะสถานที่ขึ้นชื่อเรื่องต้นซากุระจำนวนมากในภูมิภาคโทโฮคุ ถือเป็น “แหล่งชมซากุระขึ้นชื่อร้อยแห่งของญี่ปุ่น” และ “แหล่งชมซากุระที่ใหญ่ที่สุดติดหนึ่งในสามของมิจิโนะคุ” ท่านสามารถเพลิดเพลินกับการเดินเล่นชมวิวได้ตลอดสี่ฤดู ด้วยทัศนียภาพที่อุดมไปด้วยต้นไม้อย่างแน่นขนัด ตั้งแต่ต้นซากุระและดอกซึซึจิในฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วง อีกทั้งหงส์ขาวที่จะบินมาที่แม่น้ำคิตะคามิในฤดูหนาว ภายในสวนสาธารณะก็ยังเต็มไปด้วยสถานที่น่าชม เช่น หมู่บ้านพื้นเมืองมิจิโนะคุ หออนุสรณ์ซาโต้ ฮาจิโร่ ฯลฯ กลายเป็นสถานที่สำคัญของการท่องเที่ยวย่านคิตะคามิที่ยิ่งเดินก็ยิ่งจะสัมผัสได้ถึงเสน่ห์
 
 
จุดหมายปลายทาง
  • สวนสาธารณะฮิโรซาคิ
  • ปราสาทฮิโรซากิ
  • สานสาธารณะ ปราสาทโมริโอกะ (สวนสาธารณะอิวาเตะ)
  • ทะลเสาบทาซาวะ
  • บ้านของซามูไร
  • สวนเซนชู
  • คิตะคามิเทนโชจิ

ผู้ที่ดูหน้านี้ก็ดูหน้าเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

สัมผัสวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของยุคสมัยโจมง และเฮอัน 2 วั…
ดูข้อมูลพื้นฐาน