เที่ยวจุดชมใบไม้แดงที่ภาคใต้ของภูมิภาคโทโฮคุ 3 วัน 2 คืน

แผนที่พื้นที่ 青森県 岩手県 宮城県 秋田県 山形県 福島県 新潟県
เริ่มต้น
วันที่ 1
 

วัดลิดชาคุ(วัดยามะ)

วัดโบราณท่ามกลางท้องฟ้าเปิดโล่งซึ่งประพันธ์ออกมาเป็นกลอนชื่อดังโดยนักกวีผู้เลื่องชื่อ

วัดลิดชาคุ(วัดยามะ)
""วัดโฮจุซังริชชะคุจิ"" รู้จักกันในชื่อ ""วัดยะมะเดะระ"" ภูเขาที่เกิดมาจากหินรูปร่างพิสดารแห่งนี้เป็นสถานปฏิบัติธรรมและสถานที่สำหรับสักการะบูชา เส้นทางปีนเขาจากปากทางขึ้นมาถึงไดบุตสึเด็นในโอะคุโนะอินจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และระหว่างทางคุณจะได้เห็นทิวทัศน์ตระการตาตลอดทาง นอกจากนี้ ยังเป็นที่รู้จักจากบทกลอนในบันทึกการเดินทาง ""โอะคุโนะโฮะโสะมิจิ"" ของนักกวีชื่อดังนามว่ามัตสึโอะ บะโช และท่อนที่รู้จักกันดีคือ ""ท่ามกลางความเงียบงัน เสียงจิ้งหรีดร้องดังระงม แทรกซึมลึกหินผา"" 
การขึ้นบันไดหินทอดยาวถึง 1,015 ขั้นและมุ่งหน้าสู่โอะคุโนะอินเป็นเส้นทางสักการะพื้นฐาน เป็นบันไดหินสำหรับปฏิบัติธรรมเพราะกล่าวกันว่าการขึ้นบันไดหินนี้จะช่วยตัดกิเลสได้ ถึงบอกว่าเป็นการปฏิบัติธรรม แต่ระหว่างทางก็เต็มไปด้วยจุดน่าสนใจมากมายที่มีร่องรอยประวัติศาสตร์อย่างแผ่นศิลาจารึกและจุดที่มีวิวสวยงามตระการตา คุณจึงสามารถที่จะขึ้นบันไดพลางเพลิดเพลินทั้งในด้านสติปัญญาและด้านความรู้สึกได้
อันดับแรกให้มุ่งหน้าไป “คนโปชูโด” ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากปากทางขึ้นเขา กล่าวกันว่าเป็นสถาปัตยกรรมไม้บีชเก่าแก่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นและได้รับการกำหนดเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น “มิดาโฮระ” เป็นพาวเวอร์สปอตที่จะทำให้คนมีความสุขหากพบพระพุทธรูปบนกำแพงหินซึ่งถูกกัดเซาะโดยลมฝน พอผ่าน “นิโอมง (ประตูเทวาพิทักษ์)” ที่มีรูปหล่อนักรบ 2 องค์กำลังเฝ้าจับตาดูเพื่อไม่ให้ผู้มีจิตใจชั่วร้ายผ่านแล้วก็จะพบกับ “ไคซังโด โนเคียวโด” โนเคียวโดสีแดงที่ตั้งตระหง่านอยู่บนหินหน้าตาประหลาดก้อนยักษ์โดยมีภูเขายิ่งใหญ่อลังการเป็นฉากหลังนั้นเป็นวิวอันโดดเด่นของวัดยะมะเดะระ “โกไดโด” ที่มองเห็นทิวทัศน์ไร่สวนมาจากด้านในอุโบสถอันคล้ายคลึงกับเวทีการแสดงละครโนก็เป็นจุดชมวิวเพียงแห่งเดียวของวัดยะมะเดะระ กล่าวกันว่า “โอะคุโนะอิน ไดบุตสึเด็น” ที่อยู่ปลายทางจะช่วยตัดโชคชะตาชั่วร้ายได้
อย่าลืมมาเพลิดเพลินกับอาหารขึ้นชื่อด้วย เช่น “ยะมะเดะระชิคาระคอนเนียคุ (หัวบุก)” “ซอฟต์ครีมเชอร์รี” และ “ดาชิโซบะ”
 

ทานอาหารกลางวันในเมืองยะมะกะตะ (โซบะ, ฮิยะชิราเมง เป็นต้น)

ซากปราสาทยามากาตะและสวนสาธารณะคะโจ

สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่มีปราสาทซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างบูรณะและอาคารทางวัฒนธรรมหลายแห่ง

ซากปราสาทยามากาตะและสวนสาธารณะคะโจ
ปราสาทชื่อดัง “ปราสาทยะมะกะตะ” สร้างขึ้นโดยผู้ครองแคว้นชั้นแนวหน้าของโทโฮคุในสมัยเซ็นโกคุนามว่าโมงามิ โยชิอากิ ได้รับเลือกให้เป็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นและปราสาทชื่อดังร้อยอันดับของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเมืองยะมะกะตะและเปิดเป็นสวนคะโจให้กับบุคคลทั่วไปได้ชมหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง แต่กำลังดำเนินการขุดสำรวจและก่อสร้างบูรณะในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ปัจจุบัน ณ ปี 2018 ได้ดำเนินการซ่อมแซมประตูปราสาทใหญ่อย่าง “ประตูโอเทะมงทิศตะวันออกของป้อมปราการชั้นนอก” และ “ประตูอิชิมงจิป้อมปราการชั้นใน” และค่อยๆ ช่วยดึงกลิ่นอายแบบสมัยโบราณกลับมา
รูปหล่อทองแดงผู้กล้าหาญภายในพื้นที่เป็นของโมงามิ โยชิอากิ แม้การสลับสับเปลี่ยนเจ้าของปราสาทยะมะกะตะจะดุเดือด แต่โยชิอากิกลายเป็นรูปหล่อทองแดงได้เพราะได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นผู้ครองแคว้นในยุคหนึ่งและได้รับความนิยมสูงจากการอุทิศตนช่วยพัฒนาเมือง ท่าทางองอาจตอนนำทัพไปสู่สนามรบจึงได้กลายมาเป็นรูปหล่อทองแดง
มี “พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเมืองยะมะกะตะ (อาคารหลักไซเซคังเก่า)” ที่ปี 1969 ได้ทำการย้ายและซ่อมแซมโรงพยาบาลประจำจังหวัดยะมะกะตะซึ่งสร้างเมื่อปี 1878 และเปิดให้เข้าชมได้ฟรีด้วย มีจัดแสดงอุปกรณ์การแพทย์ ฯลฯ ในสมัยนั้น “หินคุบิอาไรอิชิบาจิ” ยังคงตั้งอยู่ข้างอาคารแห่งนี้ เป็นร่องรอยประวัติศาสตร์ที่อาจเรียกได้ว่านองเลือดเพราะเคยเป็นจุดพาดคอตอนจะปลิดชีวิตของชิโรโทริ จูโร นางาฮิสะผู้เคยเป็นคู่แค้นกับโมงามิ โยชิอากิ
สวนคะโจอันเป็นที่ตั้งของปราสาทยะมะกะตะยังเป็นจุดชมซากุระชื่อดังเพียงแห่งเดียวในอำเภอยะมะกะตะที่มีซากุระบานสะพรั่งกว่า 1,500 ต้น ฤดูซากุระจะมีการเปิดไฟประดับซากุระที่อยู่เลียบคูน้ำตั้งแต่ทิศตะวันออกจนถึงทิศใต้ นอกจากนี้ ภายในสวนและบริเวณใกล้เคียงยังมีอาคารทางวัฒนธรรมอีกมากมาย เช่น พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเมืองยะมะกะตะดังที่กล่าวไว้ข้างต้น พิพิธภัณฑ์ประจำจังหวัดยะมะกะตะ พิพิธภัณฑ์ศิลปะยะมะกะตะ และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์โมงามิ โยชิอากิ และได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง
 

บ่อน้ำพุร้อนอีซากะ

เข้าแช่ได้ทั้งแบบค้างคืนและไม่ค้างคืน ออนเซ็นที่จะให้คุณเพลิดเพลินกับการตระเวนแช่น้ำพุร้อนหลายแห่งได้แบบสบายๆ

บ่อน้ำพุร้อนอีซากะ
อีซะกะออนเซ็นนับเป็นหนึ่งในสามออนเซ็นชื่อดังแห่งโอชู เช่นเดียวกับนะรุโกะออนเซ็นและอะคิอุออนเซ็นในจังหวัดมิยะกิ แหล่งออนเซ็นแห่งนี้มีประวัติยาวนานและมีตำนานเล่าว่าในศตวรรษที่ 2 ยะมะโตะ ทะเคะรุเคยมาแช่น้ำรักษาโรคที่นี่ แล้วในสมัยใหม่ก็มีนักกวีมาเยี่ยมเยือนอีกหลายคน เช่น มัตสึโอะ บะโช หรือมะซะโอะกะ ชิคิ และโยะซะโนะ อะคิโกะ
น้ำพุร้อนเป็นทันจุนเซ็น (ใช้เรียกน้ำพุร้อนที่มีปริมาณแร่ธาตุไม่ถึงเกณฑ์พิเศษ) และกล่าวกันว่ามีฤทธิ์ช่วยเรื่องอาการปวดเส้นประสาท อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อ และอื่นๆ นอกจากจะมีที่พักขนาดใหญ่และเล็กแบบต่างๆ ตั้งแต่เรียวกังเจ้าเก่าไปจนถึงโรงแรมเรียงรายอยู่เลียบแม่น้ำแล้ว ยังมีเรียวกังและโรงอาบน้ำสาธารณะที่ให้บริการแช่น้ำแบบไม่ต้องค้างคืนอีกถึง 9 แห่งด้วย จึงไม่เพียงแค่เป็นที่พักค้างแรมเท่านั้นแต่ที่นี่ยังสามารถตระเวนแช่น้ำพุร้อนต่างๆ ได้แบบสบายๆ โดยไม่ต้องค้างคืน
ขอแนะนำให้เดินเล่นภายในเมืองด้วย มีอาหารครบครันและตัวเลือกที่มากมายหลายหลากก็จะทำให้หัวใจของคุณสั่นระรัว เช่น อีซะกะราเม็ง เกี๊ยวซ่าจานกลม ไข่เรเดียมอันอุดมไปด้วยสารบำรุงกำลัง และอาหารพื้นเมืองอย่างอิคะนินจิน หากเหนื่อยแล้วก็ไปพักผ่อนสบายๆ ที่ออนเซ็นแช่เท้าได้
ใกล้ๆ มีเส้นทางแห่งผลไม้ที่เรียงรายไปด้วยสวนผลไม้อันเป็นเอกลักษณ์ของ “อาณาจักรผลไม้” อย่างฟุคิชิมะ จึงมีการเก็บผลไม้ต่างๆ เช่น เชอร์รี ลูกท้อ องุ่น สาลี่ และแอปเปิลให้ได้เพลิดเพลินกันด้วย
วันที่ 2
 
 

เส้นทางเดินป่าโกะชิกินุมะ

โลกน่าพิศวงที่รังสรรค์ขึ้นมาโดยกลุ่มทะเลสาบหลากสีสัน

เส้นทางเดินป่าโกะชิกินุมะ
""โกะชิกินุมะ (บ่อห้าสี)"" เป็นกลุ่มทะเลสาบที่เกิดจากการปะทุของภูเขาบันได แล้วได้ชื่อนี้มาเพราะสีของน้ำจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล อากาศ และมุมองศาการมอง ""โกะชิกินุมะ"" เป็นชื่อเรียกรวมของทะเลสาบหลายแห่ง เช่น บิชะมงนุมะ อะกะนุมะ มิโดะโระนุมะ ริวนุมะ เบนเทนนุมะ รุรินุมะ อะโอะนุมะ ยะกินุมะ และมีชื่อเรียกทางการคือ ""กลุ่มทะเลสาบโกะชิกินุมะ"" และได้รับหนึ่งดาวจากมิชลิน กรีนไกด์ในปี 2016
“บิชะมงนุมะ” มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดและสามารถสนุกสนานกับการพายเรือเที่ยวชมได้ ในบรรดาปลาคาร์ปจำนวนมากที่แหวกว่ายอยู่นั้น มีปลาคาร์ปที่มีรูปหัวใจสีแดงอยู่ซึ่งกล่าวกันว่าถ้าหาเจอคุณก็จะได้พบกับความสุข
ทะเลสาบแต่ละแห่งจะมีลักษณะเด่นไม่เหมือนกัน เช่น “อะกะนุมะ” ที่ย้อมต้นไม้ใบหญ้าในบริเวณโดยรอบให้กลายเป็นสีแดงเพราะในน้ำมีธาตุเหล็ก หรือ “มิโดะโระนุมะ” ที่มองเห็นน้ำเป็นสามสี
“เส้นทางชมธรรมชาติทะเลสาบโกะชิกินุมะ” ซึ่งเชื่อมกลุ่มทะเลสาบนั้นเป็นเส้นทางเดินเขาที่ได้รับความนิยม จุดน่าดึงดูดอยู่ตรงการใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ และเป็นเส้นทางที่ไม่ลาดชัน หากตื่นเช้าก็จะได้ชมหมอกยามเช้าด้วย เพราะความใสแจ๋วของน้ำทำให้เราอยากจะแนะนำ “ยะกินุมะ” เป็นพิเศษด้วย
นอกจากจะมองเห็นทะเลสาบสวยๆ ได้จากจุดชมวิวที่ตั้งอยู่ทุกหนทุกแห่งของกลุ่มทะเลสาบแล้ว ยังมองเห็นภูเขาบันไดซึ่งเป็นหนึ่งในร้อยภูเขาชื่อดังของญี่ปุ่นอีกด้วย
 

ทะเลสาปฮิบาระ

วิวสวยงามมากมายที่เกิดขึ้นจากพลังของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่

ทะเลสาปฮิบาระ
มีทะเลสาบจำนวนมากที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาบันได ทะเลสาบฮิบะระเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอุระบันได มีเกาะงดงามน้อยใหญ่กระจายตัวอยู่หลายเกาะ มีทิวทัศน์ตระการตาให้ได้ชื่นชมตลอดทั้งสี่ฤดู ไม่ว่าจะเป็นซากุระ ใบไม้เขียวชอุ่ม ใบไม้เปลี่ยนสี หรือหิมะ
ช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤศจิกายนจะมีเรือนำเที่ยวให้บริการ สามารถมานั่งเรือชมความงามของเกาะในทะเลสาบพร้อมชมร่องรอยปล่องภูเขาไฟระเบิดของภูเขาบันไดเพื่อสัมผัสพลังอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติได้
กิจกรรมก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ เพราะนอกจากในฤดูร้อนจะได้เพลิดเพลินกับการตั้งแคมป์และตกปลาแบสแล้ว ในฤดูหนาวที่พื้นผิวทะเลสาบปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งหนาก็ยังสามารถสนุกสนานกับวิวหิมะขาวโพลนไปพร้อมกับการตกปลาวาคาซากิได้อีกด้วยบริเวณโดยรอบมีที่พักพร้อมบริการ เช่น บ้านพักตากอากาศ จึงสามารถเพลิดเพลินใจได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา
เส้นทางเดินเล่นริมทะเลสาบฮิบะระมีสะพานแขวนอยู่ระหว่างทางด้วย คุณจึงสามารถเดินเขาประมาณ 60 นาทีเพื่อชมทิวทัศน์งามๆ เช่น ทะเลสาบฮิบะระที่มองเห็นจากช่องระหว่างแมกไม้ขณะเดินผ่านกลางป่า หรือภูเขาบันไดที่ตั้งตระหง่านอยู่ได้
ถนนวนรอบริมทะเลสาบก็เหมาะกับการขับรถเล่นที่สุด “จุดพักรถ อุระบันได” มีร้านอาหารและร้านจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกร จากตรงนั้นจะทอดสายตามองทะเลสาบฮิบะระและซื้อของฝากได้ รวมถึงขอแนะนำให้ค่อยๆ ตระเวนเที่ยวรอบทะเลสาบโดยนั่งรถบัสนำเที่ยวที่ทั้งย้อนยุคและน่ารักชื่อ “โมริโนะคุมะซัง (คุณหมีแห่งป่า)” ด้วย
 
 

หมู่บ้านบ่อน้ำพุร้อนนารุโกะ

เสน่ห์อยู่ตรงน้ำพุร้อนที่มีคุณสมบัติหลากหลาย! แหล่งออนเซ็นที่จะได้สนุกกับการตระเวนแช่น้ำพุร้อน

หมู่บ้านบ่อน้ำพุร้อนนารุโกะ
“แหล่งออนเซ็นนะรุโกะ"" มีอายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปีและประกอบด้วยออนเซ็น 5 แห่ง ได้แก่ นะรุโกะออนเซ็น ฮิกะชินะรุโกะออนเซ็น คะวะทะบิออนเซ็น นะคะยะมะไดระออนเซ็น และโอะนิโคะเบะออนเซ็น จุดน่าสนใจคือออนเซ็นหลากหลายชนิด ในญี่ปุ่นมีออนเซ็นทั้งหมด 10 ชนิดและที่นี่คุณสามารถเพลิดเพลินกับการแช่ได้ถึง 8 ชนิด ลองตระเวนแช่น้ำพุร้อนเพื่อตามหาคุณสมบัติน้ำพุร้อนที่คุณถูกใจกันดีกว่า ต้นน้ำที่นี่มีเกือบ 400 จุดและออนเซ็นส่วนมากจะเป็นระบบปล่อยให้น้ำจากต้นน้ำไหลลงมาเติมตลอด
“ออนเซ็นนะรุโกะ” มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในแหล่งออนเซ็นและนับเป็นหนึ่งในสามออนเซ็นชื่อดังแห่งโอชู เช่นเดียวกับอะคิอุออนเซ็นและอีซะกะออนเซ็น ใกล้ๆ มีจุดที่วิวสวยอย่าง “หุบเขานะรุโกะ” และ “ตุ๊กตานะรุโกะโคเคชิ” ก็มีชื่อเสียงด้วย
“ฮิกะชินะรุโกะออนเซ็น” ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนั้นเป็นเมืองออนเซ็นที่มีเสน่ห์ตรงบรรยากาศสงบเงียบ จึงมีแขกมาพักเพื่อแช่น้ำพุร้อนรักษาโรคกันเป็นจำนวนมาก
“คะวะทะบิออนเซ็น” มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ที่สุดในบรรดาแหล่งออนเซ็นและมีบ้านเรือนที่สงบทำให้จิตใจผ่อนคลาย
“นะคะยะมะไดระออนเซ็น” เป็นที่รู้จักกันในฐานะน้ำพุร้อนผิวสวยหรือน้ำพุร้อนสาวงาม แถมยังเรียกอีกอย่างว่า “น้ำพุร้อนปลาไหล” เพราะสัมผัสที่ลื่นของน้ำพุร้อน
“โอะนิโคะเบะออนเซ็น” เลื่องชื่อเพราะไกเซอร์ ทั้งยังได้รับความนิยมในฐานะเป็นรีสอร์ตที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ด้วย มีลานสกีโอะนิโคะเบะ ฉะนั้นแนะนำให้มาผ่อนคลายความเหนื่อยล้าด้วยออนเซ็นหลังจากเต็มอิ่มกับกีฬาฤดูหนาว
วันที่ 3
 

แหลมนารุโกะ

ทิวทัศน์งามหยดย้อยที่ช่วยแต่งแต้มสีสันให้กับหุบเขาลึก! จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังของโทโฮคุ

แหลมนารุโกะ
หุบเขานะรุโกะเป็นหุบเขาลึกที่เกิดจากการกัดเซาะของแม่น้ำไดยะ ได้รับเลือกเป็นจุดวิวสวยประจำจังหวัดมิยะกิและเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติคุริโคะมะ มีหน้าผาสูง 100 เมตรทอดยาว หินรูปร่างแปลกตามากมาย และต้นไม้ที่งอกจากพื้นหินมาช่วยกันรังสรรค์ให้เกิดทิวทัศน์อันตระการตา ทั้งยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่อยู่ในระดับชั้นแนวหน้าของโทโฮคุ ไฮไลต์อยู่ตรงภาพหุบเหวลึกที่แต่งแต้มด้วยใบไม้เปลี่ยนสี หินสีขาวที่โผล่มาจากช่องระหว่างใบไม้สีสันสดใสจะช่วยเสริมให้วิวดูงามยิ่งขึ้น ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีจะแตกต่างไปในแต่ละปี แต่ส่วนใหญ่จะประมาณปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน สามารถชมวิวงามๆ ได้จากจุดชมวิวหรือระเบียงชมวิวที่ ""เรสต์เฮาส์หุบเขานะรุโกะ""
“สะพานโอบุคาซาวะ” เป็นสะพานโค้งสวยงามน่าประทับใจและเป็นทัศนียภาพที่ขึ้นชื่อของหุบเขานะรุโกะ สามารถมองเห็นหุบเขาได้จากบนสะพาน หากโชคดีก็อาจจะได้เห็นรถไฟออกมาจากอุโมงค์ด้วย
แนะนำทัศนียภาพจาก “เส้นทางเดินเล่นโอบุคาซาวะ” ที่มีระยะทาง 2.2 กม. คุณจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์สวยงามระหว่างฟังเสียงแม่น้ำ ปิดการสัญจรในฤดูหนาวจึงควรตรวจสอบก่อนไป
มีผู้คนมากันอย่างคับคั่งเพราะมีเมืองออนเซ็นที่ได้รับความนิยมอย่าง “นะคะยะมะไดระออนเซ็น” และ “นะรุโกะออนเซ็น” ด้วย
 
 

ทานอาหารกลางวันในเมืองเซนได

ลิ้นวัว

ทานอาหารกลางวันในเมืองเซนได
"ลิ้นวัว" จานดาวเด่นแห่งเซนได แต่ละร้านจะมีวิธีหั่นลิ้นหนาไม่เท่ากัน มีวิธีปรุง วิธีย่างต่างกันไป ทำให้รสชาติมีหลายรูปแบบ นอกจาก "ตรอกลิ้นวัว" ในสถานีเซนไดแล้วก็มีร้านในเมืองอีกจำนวนมาก แนะนำให้ลองทานเปรียบเทียบกันดู นอกจากลิ้นวัวย่างก็ยังมีวิธีทานแบบอื่นๆ มากมาย เช่น สตูว์ลิ้นวัว, ยำลิ้นวัว, ซาชิมิ, ซูชิ มาสัมผัสรสชาติต้นตำรับดูสิ




ค้นหาร้านอาหาร
 
จุดหมายปลายทาง
  • วัดลิดชาคุ(วัดยามะ)
  • ซากปราสาทยามากาตะและสวนสาธารณะคะโจ
  • บ่อน้ำพุร้อนอีซากะ
  • เส้นทางเดินป่าโกะชิกินุมะ
  • ทะเลสาปฮิบาระ
  • หมู่บ้านบ่อน้ำพุร้อนนารุโกะ
  • แหลมนารุโกะ