พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติและออนเซ็นในอิวะเตะ และอะคิตะ 3 วัน 2 คืน

แผนที่พื้นที่ 青森県 岩手県 宮城県 秋田県 山形県 福島県 新潟県
เริ่มต้น
วันที่ 1
 
 

ฟาร์มโคะอิวัย มะกิบะเอน

ฟาร์มกว้างใหญ่ที่มีภูเขาอิวะเตะเป็นฉากหลัง

ฟาร์มโคะอิวัย มะกิบะเอน
ฟาร์มโคะอิวะอิมีประวัติยาวนานกว่า 120 ปี ส่วนหนึ่งของพื้นที่รวมทั้งหมด 3,000 เฮกตาร์ (30 ตารางกิโลเมตร) เปิดเป็น ""สวนมะกิบะ"" ให้คนทั่วไปเข้าชมได้ คุณจะได้ชมทั้งธรรมชาติอันกว้างใหญ่ แหล่งผลิต และทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ
อาคาร 21 แห่ง เช่น คอกวัว และถังเก็บผลผลิต ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น เช่น “สำนักงานใหญ่ฟาร์มโคะอิวะอิ” ซึ่งปรากฏอยู่ในผลงานของนักกวีชื่อมิยะซะวะ เค็นจิ สถาปัตยกรรมที่สร้างในช่วงตั้งแต่ครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 ถึงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 ส่วนใหญ่ยังคงใช้งานอยู่ในปัจจุบันนี้ ทัวร์พร้อมไกด์เล่าตำนานของฟาร์มโคะอิวะอิที่จะนำเที่ยวชมแหล่งผลิตซึ่งปกติไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญจึงได้รับความนิยมเป็นพิเศษอีกทั้งทัวร์เต็มอิ่มกับธรรมชาติที่ตระเวนชมเขตป่าซึ่งปกติจะไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมด้วย “แทรกเตอร์เทรน” อันเป็นตู้โดยสารโดยรถแทรกเตอร์ก็ได้รับความนิยมด้วยเช่นกัน
กิจกรรมก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมขี่ม้า การแสดงจากแกะ การทำเนย หรือการกระโดดบนแทรมโพลีน
ไม่ควรพลาดทานขนมหวานและอาหารที่ใช้วัตถุดิบผลิตในฟาร์ม แล้วก็เชิญมาเอร็ดอร่อยกับซอฟต์ครีมที่ทำจากนมรีดสดใหม่
การประดับไฟฤดูหนาวงานใหญ่ที่สุดในโทโฮคุจะให้คุณได้เพลิดเพลินกับฟาร์มในแบบที่แตกต่างกับตอนกลางวัน
ซากุระต้นเดี่ยวที่บานสะพรั่งโดยมีภูเขาอิวะเตะอันยิ่งใหญ่เป็นฉากหลังก็มีชื่อเสียงเช่นกัน
 

สึนะกิออนเซ็น

โมริโอกะโนะโอคุซาชิกิ, น้ำพุร้อนที่เกี่ยวพันกับมินาโมโตะโนะโยชิอิเอะ

สึนะกิออนเซ็น
เมืองออนเซ็นริมอ่างเก็บน้ำชื่อ “ทะเลสาบโกโชะ” มีวิวสวยๆ ซึ่งเกิดขึ้นมาจาก “สะพานสึนางิโอฮาชิ” ที่ทอดข้ามทะเลสาบและภูเขาอิวะเตะให้ได้เพลิดเพลินกัน
สึนางิออนเซ็นมีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 900 ปี และชื่อของมันตั้งมาจากตอนที่นายพลมินาโมโตะโนะโยชิอิเอะผูกม้าตัวโปรดเอาไว้กับหินก่อนจะลงแช่เมื่อศตวรรษที่ 11 ภายในศาลเจ้าสึนางิออนเซ็นจึงมีหินสึนางิอยู่ ผู้คนจำนวนมากคุ้นเคยดีว่าเป็น “โมริโอกะโนะโอคุซาชิกิ (สถานที่พักผ่อนแห่งโมริโอกะ)” น้ำพุร้อนมีคุณสมบัติเป็นด่างและมีชื่อเสียงว่าเป็นน้ำพุร้อนผิวงามซึ่งจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกบนผิวและทำให้ผิวลื่นเรียบเนียน อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือการมีกรดเมตาซิลิเกตอันเป็นสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติซึ่งกำลังเป็นที่สนใจรวมอยู่ด้วย
ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีโดยนั่งรถยนต์ 30 นาทีจากสถานีโมริโอกะ นอกจากบริเวณใกล้เคียงจะมีสถานที่ท่องเที่ยวอย่าง “ฟาร์มโคะอิวะอิ” และ “หมู่บ้านสิ่งประดิษฐ์มือโมริโอกะ” แล้ว ยังเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวอย่างทะเลสาบโทะวะดะ ฮะจิมันไท คะคุโนะดะเทะ ชายหาดโจโดะงาฮามะ ฮิราอิซุมิได้ง่ายอีกด้วย จึงขอแนะนำให้เป็นจุดศูนย์กลางสำหรับการท่องเที่ยวโทโฮคุตอนเหนือ เมืองออนเซ็นมีที่พักใหญ่น้อยมากมาย ฉะนั้นคุณน่าจะหาโรงแรมที่ถูกใจได้ไม่ยาก
เทศกาลทะเลสาบโกโชะในฤดูร้อนจะมีการจุดดอกไม้ไฟแสนงดงามเหนือท้องทะเลสาบ จึงต้องไม่พลาดมาเพลิดเพลินกับทะเลสาบไปพร้อมกับทิวทัศน์ทั้งสี่ฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นซากุระ ใบไม้สีเขียวชอุ่ม ใบไม้เปลี่ยนสี หรือวิวหิมะกันได้ที่นี่
วันที่ 2
 
 
 

บ้านซามูไรคะคุโนะดะเทะ

มาย้อนเวลาไปกับ “เกียวโตจิ๋วแห่งมิจิโนะคุ”

บ้านซามูไรคะคุโนะดะเทะ
คะคุโนะดะเทะเป็นเมืองรอบปราสาทที่เคยเจริญรุ่งเรืองในสมัยเอโดะและได้รับฉายาว่า ""เกียวโตจิ๋วแห่งมิจิโนะคุ"" โดยภายในพื้นที่เล็กๆ รัศมี 2 กม. มีสิ่งก่อสร้างตั้งแต่สมัยโบราณหลงเหลืออยู่จำนวนมาก เช่น คฤหาสน์ซามูไร จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติแห่แหนกันมาเพื่อชมเมืองอันงดงามแบบย้อนยุค ถนนเส้นหลักที่ตัดผ่านระหว่างกลุ่มคฤหาสน์ซามูไรได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มสถาปัตยกรรมดั้งเดิมสำคัญของญี่ปุ่นและได้รับการอนุรักษ์เป็นสมบัติทางวัฒนธรรม
คุณสามารถเยี่ยมชมคฤหาสน์ซามูไรของจริงจำนวนมากได้ เช่น “คฤหาสน์อิชิกุโระ” “หมู่บ้านประวัติศาสตร์คะคุโนะดะเทะ คฤหาสน์อาโอยางิ” “คฤหาสน์อิวาฮาชิ” “คฤหาสน์มัตสึโมโตะ” “คฤหาสน์คาวาราดะ” ในบรรดานั้นมีคฤหาสน์ที่ยังใช้เป็นบ้านที่อยู่อาศัยแม้ในปัจจุบันนี้ด้วย บริเวณโดยรอบมีร้านให้เช่าชุดกิโมโนอยู่หลายแห่งจึงขอแนะนำให้เปลี่ยนไปสวมชุดกิโมโนโบราณแล้วไปเดินเล่น การเดินเล่นท่ามกลางบ้านเมืองที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นในชุดกิโมโนจะทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปอย่างไม่ต้องสงสัย แล้วจะยิ่งรู้สึกเช่นนั้นมากขึ้นเมื่อนั่งรถลากตระเวนไปตามถนนหนทางจาก “พิพิธภัณฑ์ศิลปะหัตถกรรมจากเปลือกไม้ซากุระ”
มีกลิ่นอายที่แตกต่างไปตามฤดูกาลทั้งสี่ไม่ว่าจะเป็นซากุระ ใบไม้เขียวชอุ่ม ใบไม้เปลี่ยนสี หรือวิวหิมะ แต่โด่งดังเป็นพิเศษในฐานะเป็นจุดชมซากุระชื่อดังและจะมีผู้คนมากมายมากันอย่างคับคั่งตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนจนถึงต้นเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นช่วงเหมาะกับการชม สีซากุระของซากุระพันธุ์กิ่งย้อยที่สง่างามอยู่บนรั้วสีดำของคฤหาสน์ซามูไรนี้เป็นวิวธรรมชาติที่สวยงาม มีซากุระพันธุ์กิ่งย้อยเรียงรายกว่า 400 ต้นและ 162 ต้นในบรรดานั้นได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นอนุสรณ์ทางธรรมชาติของญี่ปุ่นอีกด้วย
ทำเลดีโดยใช้เวลาเดิน 15-20 นาทีจากสถานี JR คะคุโนะดะเทะ และ “คะคุโนะดะเทะเอกิมาเอะคุระ” อาคารสไตล์โกดังที่ตั้งอยู่หน้าสถานีได้กลายเป็นศูนย์แนะนำข้อมูลท่องเที่ยว ซึ่งการหยิบแผนที่หรือแผ่นพับนี้จะช่วยให้คุณเที่ยวได้สะดวกสบาย

ทานอาหารกลางวันแถวคะคุโนะดะเทะ (อาหารพื้นเมือง)

 
 
 

ทะลเสาบทาซาวะ

สีน้ำเงินเข้มน่าพิศวง พาวเวอร์สปอตที่น้ำลึกที่สุดในญี่ปุ่น

ทะลเสาบทาซาวะ
ทะเลสาบทะซะวะได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในร้อยอันดับวิวที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น น้ำในทะเลสาบเป็นสีฟ้าเข้มใสถึงขนาดมองเห็นปลาว่ายน้ำได้
ทะเลสาบนี้ลึกที่สุดในญี่ปุ่นและจุดที่ลึกที่สุดคือ 423.4 เมตร ผิวน้ำทะเลสาบจะเปลี่ยนไปหลายเฉดสีตามความลึกของน้ำ ทั้งสีฟ้าสดใสแบบทองฟ้า สีน้ำเงิน และสีกรมท่า จึงควรค่าแก่การมาชม เชิญลองมานั่งเรือสำราญ เรือถีบ เรือแคนู เรือคายัค หรือบอร์ดยืนพายเที่ยวเล่นเหนือทะเลสาบกันให้ได้ สีจะแปรเปลี่ยนไปตามจุดที่ชมฉะนั้นขอแนะนำการปั่นจักรยาน การเดินเขา และการขับรถยนต์ริมทะเลสาบด้วย หากตั้งแคมป์ก็จะได้เพลิดเพลินกับการเปลี่ยนแปลงตามเวลาด้วย
""รูปปั้นทัตสึโกะ"" เป็นรูปปั้นหญิงสาวสีทองยืนอยู่หน้าทะเลสาบอันกว้างใหญ่และเป็นจุดท่องเที่ยวชื่อดังของทะเลสาบทะซะวะ สร้างขึ้นมาจากตำนานว่าในสมัยก่อนมีเด็กสาวชื่อทัตสึโกะผู้เคยปรารถนาจะมีหน้าตาสวยงามไปตลอดชั่วกัลปาวสาน แต่ก็ดันกลายเป็นมังกรไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ เธอจึงกระโดดลงไปในทะเลสาบทะซะวะเพื่อฆ่าตัวตาย ตำนานนี้ยังไม่หมดแต่เพียงแค่นั้น ทะเลสาบชื่อฮาจิโรงาตะก็มีผู้ชายชื่อทาโร ฮาจิโร ที่กลายร่างจากมนุษย์เป็นมังกรและได้หลงรักกับทัตสึโกะ ทั้งสองมาอยู่อาศัยในทะเลสาบทะซะวะ ทะเลสาบทะซะวะจึงลึกขึ้นเรื่อยๆ และไม่แข็งตัวในฤดูหนาว แต่ในอีกด้านหนึ่ง ทะเลสาบฮาจิโรงาตะที่ไร้เจ้าของแล้วก็ตื้นขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี
รูปปั้นที่เกี่ยวกับตำนานทัตสึโกะมี 3 รูป ได้แก่ “ทัตสึโกะคันนน” ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออกและ “รูปปั้นฮิเมะคันนน” ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งเหนือของทะเลสาบ รวมถึง “รูปปั้นเจ้าหญิงทัตสึโกะ” ที่ตั้งอยู่ในบริเวณศาลเจ้าโกซาโนะอิชิ “ศาลเจ้าอุคิคิ” ที่ตั้งติดกับรูปปั้นทัตสึโกะเป็นพาวเวอร์สปอตเรื่องการขอเนื้อคู่ ส่วน “ศาลเจ้าโกซาโนะอิชิ” บูชาทัตสึโกะฮิเมะโนะคามิเป็นเทพเจ้าหลักประจำศาลเจ้าจะช่วยให้พรเรื่องความเลอโฉม อีกทั้งโทริอิสีแดงก็เป็นจุดถ่ายภาพที่ได้รับความนิยมด้วย

พักที่ เมืองออนเซ็นนิวโต 1 คืน

ออนเซ็นที่คนไม่ค่อยรู้จักและควรไปให้ได้สักครั้ง เจ็ดโรงแรมและเจ็ดน้ำพุร้อนที่สงบเงียบอยู่ในหุบเขา

พักที่ เมืองออนเซ็นนิวโต 1 คืน
แหล่งออนเซ็นนิวโตมีชื่อเสียงไปทั่วประเทศในฐานะออนเซ็นลับ มีที่พักพร้อมออนเซ็นกระจายตัวอยู่ 7 แห่งและแต่ละแห่งก็มีต้นน้ำไม่เหมือนกัน คุณสมบัติของน้ำพุร้อนและเสน่ห์ของที่พักก็มีให้เลือกหลายแบบ แนะนำให้ลองตระเวนแช่ออนเซ็นหลายๆ แห่งเพื่อสนุกกับความหลากหลายนั้น
●สึรุโนะยุ : น้ำพุร้อนสีขาวขุ่นกับที่พักหลังคามุงจากอันเปี่ยมไปด้วยอารมณ์แบบออนเซ็นที่คนไม่ค่อยรู้จัก●ทาเอะโนะยุ : ได้รับเสียงชื่นชมเรื่องบรรยากาศญี่ปุ่นโมเดิร์นและบ่อแช่น้ำกลางแจ้งริมลำธาร●คุโระยุออนเซ็น : บ่อแช่น้ำกลางแจ้งสไตล์ศาลากับออนเซ็นที่ไหลลงมาจากท่อนซุงที่จะให้กลิ่นอายแบบวันวานอันแสนสุข●กานิบะออนเซ็น : แช่บ่อกลางแจ้งท่ามกลางป่าดงดิบห่างไกลผู้คนเพื่อดื่มด่ำกับฤดูกาลทั้งสี่●มาโกะโรคุออนเซ็น : บ่อน้ำพุร้อนผสมสมุนไพรในภูเขาที่มีต้นน้ำ 4 แห่ง●โอคะมะออนเซ็น : ที่พักสไตล์ย้อนยุคที่ย้ายตึกเรียนไม้มาสร้างใหม่●หมู่บ้านคิวกะ แหล่งออนเซ็นนิวโต : น้ำพุร้อนที่มีป่าต้นบีชญี่ปุ่นสวยๆ ห้อมล้อมกับอาคารสมัยใหม่
กล่าวกันว่าการตระเวนแช่น้ำพุร้อน 7 แห่งจะช่วยรักษาได้สารพัดโรค เพื่อความสะดวกแนะนำให้ซื้อ “แผนที่ตระเวนแช่น้ำพุร้อน” ราคา 600 เยน เพราะจะสามารถนั่งรถบัส “สายยุเมกุริ” เพื่อตระเวนเที่ยวแหล่งออนเซ็นนิวโตได้ตลอดทั้งวันแบบไม่มีจำกัดจำนวนครั้งการโดยสาร หากเป็นแขกเข้าพักจะสามารถซื้อ “สมุดบันทึกการตระเวนแช่น้ำพุร้อน” ราคา 1,800 เยนซึ่งรวมบัตรโดยสารรถบัส “สายยุเมกุริ” แบบไม่จำกัดจำนวนครั้งและค่าเข้าแช่น้ำพุร้อนทั้ง 7 แห่งเอาไว้แล้ว สินค้าเหล่านี้วางจำหน่ายอยู่ที่แผนกต้อนรับด้านหน้าของแต่ละที่พัก
วันที่ 3
 
 
 

สวนเซนชู

สวนญี่ปุ่นที่จะแต่งแต้มสีสันให้กับฤดูกาลทั้งสี่และจะให้พบกับประวัติศาสตร์ชัดเจน

สวนเซนชู
สวนเซ็นชูเป็นสวนที่สร้างบนร่องรอยปราสาทบริเวณใจกลางเมืองอะคิตะและอยู่ในรูปแบบสวนญี่ปุ่นที่จะให้เพลิดเพลินกับธรรมชาติในแต่ละฤดูกาล ช่วงกลาง - ปลายเดือนเมษายนของทุกปีจะมีซากุระกว่า 730 ต้นบานสะพรั่งและได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “ร้อยอันดับจุดชมซากุระชื่อดัง” ช่วงกลาง - ปลายเดือนพฤษภาคมจะมีดอกอาซาเลียบานรอบสระน้ำโคเก็ตสึ ปลายเดือนมิถุนายนจะมีต้นไอริสบานอยู่ล่างป้อมปราการชั้นใน และปลายเดือนกรกฎาคมจะมีดอกบัวบานอยู่ในคูน้ำของประตูใหญ่โอเทะมง ทำให้ผู้ที่มาชมได้เพลิดเพลินกัน ใบไม้ที่กลายเป็นสีแดงฉานในฤดูใบไม้ร่วงและสวนที่กลายเป็นโลกสีเงินไปทั่วบริเวณในฤดูหนาวก็เป็นทิวทัศน์ที่สวยงามตระการตาเช่นกัน
ร่องรอยปราสาทคุโบตะอันเป็นปราสาทสำหรับอาศัยของตระกูลซาทาเคะซึ่งมีฐานันดร 2 แสนโคคุ และครองแคว้นอะคิตะมายาวนานถึง 267 ปีตั้งแต่ปี 1602 จึงมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์อยู่มากมาย ห้องหัวหน้าที่เรียกว่า “โอโมโนะงาชิระโกบันโชะ” ซึ่งรับหน้าที่รักษาความปลอดภัยและดับเพลิงของปราสาทคุโบตะในยุคปี 1700 นั้นยังคงสภาพเดิมอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ “โอซุมิยางุระ” ซึ่งเคยรับหน้าที่เป็นจุดเฝ้ายามกับคลังเก็บอาวุธและ “ประตูหน้าของปราสาทคุโบตะ” ซึ่งเคยใช้เป็นประตูทางเข้าป้อมปราการชั้นในก็ได้รับการบูรณะ “หอเอกสารซาทาเคะ” มีจัดแสดงสิ่งของมีค่า เช่น หมวกเกราะและเกราะของผู้ครองแคว้นตระกูลซาทาเคะ
ภายในสวนยังมี “ศาลเจ้าโยจิโรอินาริ” ที่มีจุดถ่ายภาพสวยๆ อย่างโทริอิสีแดงที่เรียงต่อกันหลายอันและ “ศาลเจ้าฮะจิมันอะคิตะ” ที่มี “เซียมซีนกพิราบ” ซึ่งผูกออกมาได้เป็นรูปนกพิราบน่ารักๆ ทั้งยังจะได้สัมผัสกับ “สุนัขอะคิตะ” อันเป็นที่นิยมและสามารถซื้ออาหารขึ้นชื่อของอะคิตะอย่าง “บาบาเฮระไอซ์” ซึ่งจะจัดไอศกรีมให้ออกมาเป็นรูปทรงกุหลาบได้ด้วย ทำเลดีโดยใช้เวลาเดิน 10 นาทีจากสถานีอะคิตะ แถมยังมีสถานที่ให้สนุกสนานกันมากมายด้วย

ทานอาหารกลางวันในเมืองอะคิตะ

อินะนิวะอุด้ง

ทานอาหารกลางวันในเมืองอะคิตะ
อินะนิวะอุด้งถือกำเนิดในอินะนิวะโจ เมืองยุซะวะ ขั้นตอนการนวดเส้น, ทุบเส้น, รีดเส้น ทำด้วยมือทุกขั้นตอน จุดเด่นคือความเหนียวนุ่มและความลื่นคอ เป็นหนึ่งในสามอุด้งที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่น ในสมัยเอโดะ เคยถูกนำไปมอบให้ผู้ครองแคว้นเป็นบรรณาการ และถูกใช้เป็นของกำนัลเมื่อผู้ครองแคว้นเข้าไปรายงานตัวในเมือง นอกจากเมืองยุซะวะแล้ว ที่อื่นในจังหวัดอะคิตะ เช่น ตัวเมืองอะคิตะ ก็สามารถหาอินะนิวะอุด้งทานได้เช่นกัน



ค้นหาร้านอาหาร
 
 

Ogashinzan Traditional Museum

การแสดงพิธีกรรมพื้นบ้าน “นะมะฮะเกะ” ที่เต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ!

Ogashinzan Traditional Museum
"นะมะฮะเกะ" เป็นพิธีกรรมพื้นบ้านที่สืบทอดกันมาในแหลมโอะกะและบริเวณแถวนั้นทั้งหมด เทพสวมหน้ากากยักษ์จะโผล่มาตะโกนถามว่า “มีเด็กขี้แยหรือไม่” จึงมักจะถูกมองว่าเป็นวายร้ายชอบทำเด็กร้องไห้ แต่ความจริงแล้วเทพองค์นี้จะมาหาทุกวันสิ้นปีเพื่อตักเตือนไม่ให้คนเกียจคร้าน ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงไร้โรคภัย ผลผลิตงอกงาม ป่าและทะเลอุดมสมบูรณ์
พิพิธภัณฑ์ตำนานโอะกะชินซังเป็นอาคารให้สัมผัสประสบการณ์ “นะมะฮะเกะ” อาคารเป็นบ้านหลังคามุงจาก เป็นบ้านแบบดั้งเดิมที่เรียกกันว่า “มาการิยะ (มาการิ แปลว่าโค้งงอ)” เพราะดั้งกับคอกม้าจะงอเป็นรูปตัว L และเชื่อมต่อกัน บ้านที่จะให้สัมผัสได้ถึงวิถีชีวิตในสมัยก่อนนั้นมีบรรยากาศแบบที่ “นะมะฮะเกะ” น่าจะปรากฏตัว พอนั่งลงในห้องปูเสื่อที่มีเตาโบราณอิโระริและฟังบรรยายเกี่ยวกับวัฒนธรรมนะมะฮะเกะแล้ว ในที่สุดก็จะได้เวลาการแสดง “นะมะฮะเกะ” ที่รอคอย! การตะโกนเสียงดังว่า “มีเด็กดื้อหรือไม่” “มีเด็กขี้แยหรือไม่” และเดินวนไปมาระหว่างเหยียบลงบนเสื่ออย่างรุนแรงนั้นมีความน่าตื่นตาตื่นใจอย่างมาก กล่าวกันว่าฟางที่หล่นลงมาจากชุดนะมะฮะเกะจะช่วยขับไล่ปีศาจได้ ฉะนั้นลองนำกลับบ้านไปดูก็ดีเหมือนกัน (ห้ามฝืนดึงออกมา)
“พิพิธภัณฑ์ตำนานโอะกะชินซัง” ตั้งติดกับ “พิพิธภัณฑ์นะมะฮะเกะ” ที่ได้รวบรวมนะมะฮะเกะมาจัดแสดงไว้เป็นจำนวนมากและมีมุมให้คุณแปลงกายเป็นนะมะฮะเกะได้ เชิญคุณมาสนุกสนานอย่างอิ่มหนำสำราญใจไปกับวัฒนธรรมพื้นบ้าน “นะมะฮะเกะ” ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้จากยูเนสโก
 

พิพิธภัณฑ์นะมะฮะเงะ

นะมะฮะเกะมารวมกันที่นี่มากมายกว่า 150 แบบ! และมุมแปลงโฉมก็ได้รับความนิยมเช่นกัน

พิพิธภัณฑ์นะมะฮะเงะ
""นะมะฮะเกะ"" เป็นพิธีกรรมพื้นบ้านดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาในแหลมโอะกะ เทพสวมหน้ากากยักษ์จะโผล่มาตะโกนถามว่า “มีเด็กขี้แยหรือไม่” จึงมักจะถูกมองว่าเป็นวายร้ายชอบทำเด็กร้องไห้ แต่ความจริงแล้วเทพองค์นี้จะมาหาทุกวันสิ้นปีเพื่อตักเตือนไม่ให้คนเกียจคร้าน ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงไร้โรคภัย ผลผลิตงอกงาม ป่าและทะเลอุดมสมบูรณ์
""พิพิธภัณฑ์นะมะฮะเกะ"" เป็นอาคารที่จะนำเสนอประวัติศาสตร์และสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นโดยมีนะมะฮะเกะเป็นหัวข้อ ตรงมุมจัดแสดงนะมะฮะเกะมีหน้ากากหลากหลายแบบที่เคยใช้ในหมู่บ้านแต่ละแห่งจริงๆ ถึง 150 อัน โถงตำนานจะฉายภาพยนตร์ “ค่ำคืนหนึ่งของนะมะฮะเกะ” ซึ่งจะนำเสนอประเพณีของนะมะฮะเกะในวันสิ้นปี (โอมิโซกะ) ของโอะกะนอกจากจะมีมุมให้สวมชุดนะมะฮะเกะของจริงเพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึกแล้ว ยังเสริมด้วยมุมสินค้าของฝากที่วางจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับนะมะฮะเกะ หากโชคดีล่ะก็จะได้ชมสาธิตการแกะสลักหน้ากากนะมะฮะเกะด้วยมือโดยช่างแกะสลักนะมะฮะเกะอีกด้วย (สัปดาห์ละ 3-4 วัน/ไม่มีกำหนดเวลาแน่นอน)
ติดกับ “พิพิธภัณฑ์นะมะฮะเกะ” นั้นมี “พิพิธภัณฑ์ตำนานโอะกะชินซัง” ที่มีการแสดงสาธิตนะมะฮะเกะให้ได้ชมกัน ฉะนั้นอย่าลืมมาเยือนทั้งสองแห่งและสนุกสนานกับวัฒนธรรมพื้นบ้านอย่าง “นะมะฮะเกะ” ที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ไร้รูปร่างกันให้เต็มอิ่มได้ที่นี่
 
 
จุดหมายปลายทาง
  • ฟาร์มโคะอิวัย มะกิบะเอน
  • สึนะกิออนเซ็น
  • บ้านซามูไรคะคุโนะดะเทะ
  • ทะลเสาบทาซาวะ
  • พักที่ เมืองออนเซ็นนิวโต 1 คืน
  • สวนเซนชู
  • Ogashinzan Traditional Museum
  • พิพิธภัณฑ์นะมะฮะเงะ

ผู้ที่ดูหน้านี้ก็ดูหน้าเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

ชมซากุระมิจิโนะคุที่ใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น ท่องเท…
ดูข้อมูลพื้นฐาน
ชมประวัติศาสตร์และแช่ออนเซ็นที่เซนได และยะมะกะตะ 2 วัน 1 ค…
ดูข้อมูลพื้นฐาน
เที่ยวจุดชมใบไม้แดงที่ภาคใต้ของภูมิภาคโทโฮคุ 3 วัน 2 คืน
ดูข้อมูลพื้นฐาน