ศิลปะจากธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ในโทโฮคุ ที่ถูกสรรค์สร้างขึ้นมาด้วยระยะเวลาอันยาวนาน

ในภูมิภาคโทโฮคุที่มีพื้นที่อันกว้างขวาง มีสิ่งที่ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ใช้เวลาอันยาวนานสร้างสรรค์ขึ้นมาไว้อย่างสวยงามและมีเสน่ห์ เช่น โขดหินใหญ่แปลกตา, ถ้ำหินปูน ฯ ซึ่งในครั้งนี้จะขอแนะนำสถานที่น่าสนใจ 3 แห่ง ได้แก่ "โฮโตเคะงะอุระ" ในจังหวัดอะโอะโมะริ, "ถ้ำหินปูนอะบุคุมะ" ในจังหวัดฟุคุชิมะ และ "ชายฝั่งสะสะกะวะ นะกะเระ" ในจังหวัดนิอิกะตะ

【จังหวัดอะโอะโมะริ】โฮโตเคะงะอุระ (Hotokegaura)

ปรากฏการณ์งดงามทางธรรมชาติ พบเจอได้ในพื้นที่เหนือสุดของเกาะฮอนชู


โฮโตเคะงะอุระ ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของคาบสมุทรชิโมะคิตะซึ่งเป็นพื้นที่เหนือสุดของเกาะฮอนชู เป็นชายหาดโขดหินยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ตั้งเรียงรายอยู่รอบน้ำทะเลใสแจ๋วสีเขียวมรกต เป็นโขดหินที่ถูกสร้างขึ้นมาจากคลื่นลมทะเลในช่องแคบสึงะรุ เป็นความสวยงามที่ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่สร้างขึ้นมาอย่างแท้จริง ทิวทัศน์ที่มีโขดหินทรงแปลกตาขนาดใหญ่สีขาวแกมเขียวถูกล้อมรอบด้วยป่าเขียวขจี และยังมีน้ำทะเลเขียวใส เกิดเป็นวิวทิวทัศน์ที่งดงาม

โฮโตเคะงะอุระ สร้างขึ้นจากหินและโขดหินรูปร่างแปลกตาจำนวนมาก หินก้อนใหญ่มีความสูงจากน้ำทะเลเกือบ 100 เมตร

ปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียนเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์สวยงามระดับชาติ และอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติแห่งชาติ

ภูมิทัศน์อันลึกลับทำให้นึกถึงแดนสุขาวดี

ทิวทัศน์ที่มีกลุ่มก้อนหินขนาดใหญ่สีขาวตั้งตระหง่าน ให้ความรู้สึกเสมือนพระผู้เป็นเจ้ากำลังยืนเรียงรายอยู่ในดินแดนสุขาวดีอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังชื่อที่ตั้งไว้ว่า โฮโตะเคะงะอุระ ก้อนหินแปลกประหลาดแต่ละก้อนมีการสลักชื่อที่เกี่ยวข้องกับชื่อของพระผู้เป็นเจ้าเอาไว้ด้วย เช่น "เนียวไร โนะ มิจิ" "โกะเฮียะคุระคัง" "จูซังบุตสึ คันนงอิวะ" "โกคุระคุฮะมะ" หากได้ยืนอยู่หน้าโขดหินใหญ่แปลกตาเหล่านี้แล้ว จะรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่พร้อมกับความลึกลับของธรรมชาติอีกด้วย

นั่งเรือโดยสารท่องเที่ยว ชมโฮโตเคะงะอุระได้มากขึ้น

หากยังไม่จุใจแนะนำให้นั่งเรือโดยสารท่องเที่ยว ช่วงเดือนเมษายน - ตุลาคม สามารถขึ้นเรือได้จาก 3 ท่าเรือ มีเส้นทางการชมที่หลากหลาย ตั้งแต่เส้นทางระยะสั้น  15 นาทีด้วยเรือท้องกระจก ไปจนถึงเส้นทาง 90 นาทีที่มีไกด์แนะนำชื่อ ประวัติความเป็นมาของโขดหิน และจุดน่าสนใจอื่น ๆ วิวที่มองจากทะเลไปยังโฮโตเคะงะอุระขณะที่นั่งเรือโดยสารท่องเที่ยว จะเห็นโขดหินและหน้าผาตั้งตระหง่านอยู่ริมฝั่งชายทะเล 

เส้นทางการท่องเที่ยวในช่วงเดือนพฤษภาคม - กรกฎาคมจะผ่านจุดที่โลมาปรากฏตัว และหากโชคดีอาจได้พบฝูงโลมาว่ายน้ำตีคู่กับเรืออีกด้วย

Column

ถ้ามาโฮโตเคะงะอุระแล้ว ต้องแวะไปแดนสวรรค์ปลามากุโระ

จากโฮโตะเคะงะอุระเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 1 ชั่วโมง จะพบเมืองโอมะที่ขึ้นชื่อเรื่องปลามากุโระ แหลมโอมะเหนือสุดแห่งเกาะฮอนชู มีรูปปั้นปลามากุโระขนาด 440 กิโลกรัมที่เคยจับขึ้นมาได้จริง มีร้านอาหารที่สามารถทาน "โอมะมากุโระ" อันเลื่องชื่อที่มีราคาเปิดตลาดในแต่ละปีสูงมาก และนอกจากจะมีซาชิมิแล้วก็ยังมีข้าวหน้าปลาดิบ ข้าวปั้นซูชิ และเมนูอื่น ๆ ให้ได้เลือกชิมโอมะมากุโระชั้นเลิศได้

【จังหวัดฟุคุชิมะ】 ถ้ำอะบุคุมะ (Abukuma Cave)

กล่าวกันว่าเป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยจำนวนมากและหลายชนิดที่สุดในซีกโลกตะวันออก นับเป็นศิลปะจากธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นผ่านกาลเวลายาวนานกว่า 80 ล้านปี


เมื่อได้ก้าวเข้าไปในถ้ำที่มีความยาวรวม 600 เมตรแล้วคุณจะต้องตะลึงกับความงดงามตรงหน้า ที่ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่เป็นผู้สร้างขึ้นมาผ่านกาลเวลามากกว่า 80 ล้านปี เมื่อเดินเข้าไปภายในถ้ำจะมีแสงไฟส่องให้เห็นหินงอกหินย้อยมากมาย แต่ละจุดมีติดชื่อเอาไว้ เช่น "เจดีย์แห่งภูติ" "น้ำตกขาวนวล" เป็นต้น

สำหรับเส้นทางการท่องเที่ยวภายในถ้ำ นอกจาก "เส้นทางทั่วไป" เส้นทางเดินสำรวจทั่วถ้ำระยะทางประมาณ 600 เมตร ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีแล้ว ยังสามารถเพิ่ม "เส้นทางผจญภัย" ระยะทางอีก 120 เมตรเข้าไปอีกได้ สำหรับ "เส้นทางผจญภัย" เป็นเส้นทางที่จะต้องเดินก้มตัวผ่านช่องแคบและได้ปีนบันไดลิง พลาดไม่ได้สำหรับคนที่ชอบการผจญภัย

ทะคิเนะ โกเท็น โถงขนาดใหญ่เปิดโลกอันน่าอัศจรรย์

จุดน่าสนใจที่สุดของถ้ำอะบุคุมะคือ "ตำหนักทาคิเนะ" โถงขนาดใหญ่ที่มีความสูง 29 เมตร กว้าง 1,000 ตารางเมตร ภายในโถงดังกล่าวมีไฟส่องให้เราสามารถปีนหินงอกหินย้อยรูปทรงแปลกประหลาดขึ้นไปเป็นขั้น ๆ แล้วเก็บความทรงจำในแบบใกล้ ๆ ได้ ด้วยการตกแต่งไฟประดับทำให้สามารถมองเห็นโถงถ้ำอันน่าอัศจรรย์ในมุมกว้าง และสัมผัสถึงพลังการสร้างสรรค์ของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ได้

สึกิ โนะ เซไก โลกแห่งจันทราที่บอกถึงการเปลี่ยนผันในหนึ่งวัน

ผลงานการสร้างสรรค์ชิ้นสุดท้ายของถ้ำอะบุคุมะ คือ "สึกิ โนะ เซไก" หรือโลกแห่งจันทรา เป็นถ้ำหินปูนแห่งแรกในญี่ปุ่นที่ได้นำระบบการปรับแสงแบบเดียวกับที่ใช้ในการแสดงบนเวทีมาใช้ ทำให้สามารถแสดงแสงเสมือนจำลองเวลาพระอาทิตย์ขึ้นในยามย่ำรุ่ง จนถึงพระอาทิตย์ตกในยามเย็นได้ภายในเวลา 2 นาที อีกทั้งยังเป็นจุดที่สามารถชมหินงอกหินย้อยได้ทุกชนิด เสียงน้ำหยดลงหิน และแสงไฟประดับอันน่าหลงใหลนำพาเราไปยังดินแดนอันมหัศจรรย์

Column

มาสำรวจดูตาน้ำใต้ถ้ำหินปูนกันเถอะ !

"ถ้ำหินปูนที่มีตาน้ำ" อยู่ข้าง ๆ ถ้ำอะบุคุมะ เป็นจุดที่สามารถเก็บประสบการณ์การสำรวจถ้ำได้ ภายในถ้ำความยาว 900 เมตร มีเส้นทางสำรวจให้เลือก 3 เส้นทาง แบ่งเป็นเส้นทาง A - C ในเส้นทาง A ระยะทางยาว 150 เมตรจากทางเข้าออก สามารถใส่ชุดธรรมดาเข้าไปได้ แต่ตั้งแต่เส้นทาง B เป็นต้นไปเป็นส่วนที่คนไม่ค่อยเข้าถึง จะต้องเดินผ่านช่องแคบของหินงอกหินย้อยที่มีน้ำเย็นอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียสท่วมถึงเข่า บางครั้งต้องคลานขามุดเข้าไปโดยอาศัยแสงไฟจากไฟฉายและแสงเทียนเท่านั้น

อยากให้ทุกคนได้มาเก็บประสบการณ์กับโลกแห่งการผจญภัยใต้ดินดู

【จังหวัดนิอิกะตะ】สะสะกะวะ นะกะเระ (Sasagawanagare)

ความงดงามที่คลื่นลมทะเลญี่ปุ่นสรรค์สร้างขึ้นมา


ชายฝั่งสะสะกะวะ นะกะเระ ตั้งอยู่ห่างจากเมืองมุระคามิซึ่งเป็นเมืองรอบปราสาททางเหนือของจังหวัดนิอิกะตะขึ้นไปทางเหนือประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นชายหาดหินขนาดใหญ่ที่มีโขดหินรูปทรงแปลกตาอันเกิดจากคลื่นลมทะเลญี่ปุ่นซัดกระทบ ทอดตัวเรียงกันไปเป็นระยะทางยาวประมาณ 11 กิโลเมตร เราจะเห็นน้ำทะเลสีฟ้าครามที่ความใสของน้ำเป็นที่เลื่องชื่อในระดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น มีภูมิประเทศที่มีความหลากหลายตลอดแนวชายฝั่ง เช่น โขดหินแปลกตา, หินโสโครก และถ้ำ เป็นต้น ทัศนียภาพอันหาที่สุดไม่ได้เช่นนี้ ถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์สวยงามระดับชาติ และอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติแห่งชาติ


นั่งเรือท่องเที่ยว รื่นรมย์กับชายฝั่งสะสะกะวะ นะกะเระให้มากขึ้น

หากต้องการรื่นรมย์กับทัศนียภาพของชายฝั่งสะสะกะวะ นะกะเระให้มากกว่านี้ แนะนำให้นั่งเรือท่องเที่ยวรอบละประมาณ 40 นาที สามารถชมโขดหินแปลกตาหลากหลายรูปแบบที่ถูกตั้งชื่อให้เหมือนกับรูปทรง เช่น "โขดหินแว่นตา" "โขดหินมังกร" ฯ ทีเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของชายฝั่งสะสะกะวะ นะกะเระได้อย่างใกล้ชิด มุมมองของชายฝั่งสะสะกะวะ นะกะเระที่สวยที่สุด คือ การได้มองจากในทะเล

การล่องเรือมีความน่าสนุกอีกอย่างหนึ่งคือการให้อาหารนกนางนวลที่มักบินโฉบมาใกล้เรือ ซึ่งแน่นอนว่านอกจากเด็ก ๆ แล้ว ผู้ใหญ่เองก็คงชื่นชอบในความตื่นเต้นนี้แน่นอน !
การล่องเรือในช่วงพระอาทิตย์ตกดินจะได้เห็นวิวยามเย็นอันแสนโรแมนติกด้วย

รื่นรมย์ผ่านการขับรถเที่ยวหรือชมวิวผ่านหน้าต่างรถไฟ

ถนนหลวงริมชายฝั่งทะเลญี่ปุ่นทีชื่อ "สายนิฮงไค ยูฮิ" นั้นตัดผ่านด้านข้างของชายฝั่งสะสะกะวะ นะกะเระ ซึ่งเป็นเส้นทางที่นิยมในการชมวิวธรรมชาติที่สงบและสวยงาม ทั้งยังสามารถชมพระอาทิตย์ตกลงทะเลญี่ปุ่นจาก "จุดชมนิฮงไค ยูฮิ" ที่อยู่ริมเส้นทางนั้นได้จากหลาย ๆ มุมด้วย

นอกจากขับรถเที่ยวได้แล้ว ยังสามารถชมชายฝั่งสะสะกะวะ นะกะเระจากรถไฟสาย JR ฮะเนะโกะชิ ที่วิ่งจากนิอิกะตะไปยังอะคิตะได้เช่นกัน ในวันที่อากาศแจ่มใส อาจมองเห็นเกาะสะโดะหรือเกาะอะวะชิมะที่ลอยอยู่บนทะเลญี่ปุ่นได้อีกด้วย

Column

เกลือสะสะกะวะ นะกะเระ ของขึ้นชื่อประจำท้องถิ่น

รอบ ๆ ชายฝั่งสะสะกะวะ นะกะเระมีคุณภาพน้ำที่ดีมาก ใช้ผลิตเกลือมาตั้งแต่อดีต ร้านค้าใกล้เคียงขายเกลือที่ตั้งชื่อว่า "เกลือสะสะกะวะ นะกะเระ" อีกทั้งตามร้านกาแฟ หรือถนนหน้าสถานี ยังมีไอศครีมที่มีเกลือเป็นส่วนผสมให้เลือกซื้อหามาลองทานอีกด้วย ซึ่งรสชาติของเกลือจะเด่นออกมาทีหลัง

อีกทั้ง ยังมีสถานที่ให้ได้เรียนรู้วิธีการผลิตเกลือที่มีมาตั้งแต่ในอดีตอีกด้วย


  • 【จังหวัดอะโอะโมะริ】โฮโตเคะงะอุระ (Hotokegaura)
  • 【จังหวัดฟุคุชิมะ】 ถ้ำอะบุคุมะ (Abukuma Cave)
  • 【จังหวัดนิอิกะตะ】สะสะกะวะ นะกะเระ (Sasagawanagare)

GoogleMap สามารถใช้ได้ฟรีโดยจะมีการจำกัดจำนวนครั้งในการแสดงผล
อาจมีบางช่วงเวลาที่ไม่สามารถเรียกดูได้เนื่องจากสภาพแวดล้อมการใช้งาน

  • หน้าหลัก
  • บทความพิเศษ
  • ศิลปะจากธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ในโทโฮคุ ที่ถูกสรรค์สร้างขึ้นมาด้วยระยะเวลาอันยาวนาน