ชมประวัติศาสตร์และแช่ออนเซ็นที่เซนได และยะมะกะตะ 2 วัน 1 คืน

แผนที่พื้นที่ 青森県 岩手県 宮城県 秋田県 山形県 福島県 新潟県
เริ่มต้น
วันที่ 1
 
 

ซุยโฮเดน

ดะเตะ มะซะมุเนะผู้หลับใหลอยู่ในสุสานอันสวยงามหรูหรา

ซุยโฮเดน
ดะเตะ มะซะมุเนะถึงแก่กรรมในวัย 70 ปีและสุสาน ""วัดซุยโฮเดน"" ก็ถูกสร้างขึ้นตามคำสั่งเสียของเขา
ที่สุสานเราจะได้เห็นลักษณะเด่นอันวิจิตรตระการตาของวัฒนธรรมโมะโมะยะมะซึ่งเคยเจริญรุ่งเรืองในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 16 จนถึงต้นศตวรรษที่ 17 ตัวสุสานประดับอย่างละเอียดลออด้วยงานศิลปะลายต้นไม้และผีเสื้อ จึงจะเห็นอิทธิพลจากต่างประเทศได้อย่างชัดเจนด้วย
กล่าวกันว่าเป็นสถาปัตยกรรมสุสานที่จะถ่ายทอดความสง่างามของสไตล์โมะโมะยะมะให้แก่ชนรุ่นหลังและได้ถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นทรัพย์สินของญี่ปุ่นในปี 1931 แต่ก็ถล่มหายไปตอนสงครามแปซิฟิก หลังจากนั้นมีการปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ในปี 1979 และอยู่มาจนถึงปัจจุบัน
ภายในวัดมีพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ต้นสนญี่ปุ่นขึ้นอย่างเนืองแน่น รวมถึงสุสาน “คันเซ็นเด็น” ของดะเตะ ทะดะมุเนะผู้ครองแคว้นรุ่นที่ 2 และสุสาน “เซ็นโนเด็น” ของดะเตะ สึนะมุเนะผู้ครองแคว้นรุ่นที่ 3
พิพิธภัณฑ์จัดแสดงภาพการขุดสำรวจในตอนปฏิสังขรณ์และของสำคัญอย่างอัฐิ ทั้งยังมีการบรรยายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เซนไดพร้อมกับผู้ครองแคว้นทั้งสามให้เข้าใจได้ง่ายด้วย
ร้านค้ามีวางจำหน่ายสินค้าที่ไม่เหมือนใครด้วย
หากนั่ง “รูปุรุเซนได” ที่วนรอบสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใจกลางเซนไดก็จะเดินทางไปได้อย่างสะดวกสบาย
ตั้งอยู่บนเนินเตี้ยๆ ฉะนั้นต้องเดินขึ้นเนินลาดชันหรือบันได
 

ปราสาทเซนได

ทัศนียภาพที่ดะเตะ มะซะมุเนะเคยชม วิวเมืองเซนไดแบบสุดลูกหูลูกตา!

ปราสาทเซนได
สร้างปราสาทขึ้นในปี 1610 โดยผู้ครองแคว้นเซนไดรุ่นแรกและเป็นผู้ครองแคว้นชื่อดังในยุคเซ็นโกคุนามว่าดะเตะ มะซะมุเนะ ผู้มีฉายาว่ามังกรตาเดียว ปัจจุบันรูปปั้นมะซะมุเนะขี่ม้าก็ยังคงมองลงมายังเมืองเซนไดและทำให้นึกถึงสภาพในสมัยนั้น ที่นี่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในร้อยปราสาทชื่อดังของญี่ปุ่น
ปราสาทเซนไดเป็นป้อมปราการธรรมชาติซึ่งอาศัยประโยชน์จากภูเขาและแม่น้ำได้อย่างชาญฉลาด แม้ตอนนี้ตัวปราสาทจะไม่มีแล้วแต่ยังเหลือกำแพงหินดั้งเดิมอันงดงามและหอคอยสังเกตการณ์ที่บูรณะขึ้นใหม่ คุณจึงสามารถสัมผัสกับเสน่ห์ได้อย่างเต็มที่
แนะนำให้ไป “พิพิธภัณฑ์ชมและฟัง” ที่จัดแสดงเอกสารสำคัญหากต้องการทราบประวัติศาสตร์ของปราสาทเซนไดให้ละเอียดขึ้น นอกจากนี้ที่ “อาคารนิทรรศการเอกสาร” ยังมีภาพตอนบูรณะปราสาทเซนไดให้ดูแบบ CG ด้วย
สามารถมาได้ง่ายๆ โดยใช้รถบัส “รูปุรุเซนได” ที่จะวนรอบสถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณใจกลางเมืองเซนได
หากโชคดีอาจจะได้พบ “คณะต้อนรับประจำโอชูและเซนได คณะนายพลดะเตะ” ด้วย!
มีอาหารและของฝากมากมายฉะนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณไม่ควรพลาดยามมาเยือนเซนได
มองเห็นวิวตัวเมืองได้แบบสุดลูกหูลูกตาจากเนินสูง ปราสาทเซนไดจึงเป็นจุดชมวิวยามราตรีที่ได้รับความนิยมด้วย เชิญคุณมาชมวิวบ้านเมืองในช่วงกลางคืนไปพร้อมกับรูปปั้นขี่ม้าที่มีการประดับไฟ
“ศาลเจ้ามิยะกิเค็งโกโคคุ” ที่สร้างบนร่องรอยป้อมปราการชั้นในนั้น มีอาคารศาลเจ้าหลักสีแดงที่งดงามจนทำให้มีผู้คนมาชมกันอย่างคับคั่ง
 

ทานอาหารกลางวันในเมืองเซนได

ลิ้นวัว

ทานอาหารกลางวันในเมืองเซนได
"ลิ้นวัว" จานดาวเด่นแห่งเซนได แต่ละร้านจะมีวิธีหั่นลิ้นหนาไม่เท่ากัน มีวิธีปรุง วิธีย่างต่างกันไป ทำให้รสชาติมีหลายรูปแบบ นอกจาก "ตรอกลิ้นวัว" ในสถานีเซนไดแล้วก็มีร้านในเมืองอีกจำนวนมาก แนะนำให้ลองทานเปรียบเทียบกันดู นอกจากลิ้นวัวย่างก็ยังมีวิธีทานแบบอื่นๆ มากมาย เช่น สตูว์ลิ้นวัว, ยำลิ้นวัว, ซาชิมิ, ซูชิ มาสัมผัสรสชาติต้นตำรับดูสิ



ค้นหาร้านอาหาร
 

วัดลิดชาคุ(วัดยามะ)

วัดโบราณท่ามกลางท้องฟ้าเปิดโล่งซึ่งประพันธ์ออกมาเป็นกลอนชื่อดังโดยนักกวีผู้เลื่องชื่อ

วัดลิดชาคุ(วัดยามะ)
""วัดโฮจุซังริชชะคุจิ"" รู้จักกันในชื่อ ""วัดยะมะเดะระ"" ภูเขาที่เกิดมาจากหินรูปร่างพิสดารแห่งนี้เป็นสถานปฏิบัติธรรมและสถานที่สำหรับสักการะบูชา เส้นทางปีนเขาจากปากทางขึ้นมาถึงไดบุตสึเด็นในโอะคุโนะอินจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และระหว่างทางคุณจะได้เห็นทิวทัศน์ตระการตาตลอดทาง นอกจากนี้ ยังเป็นที่รู้จักจากบทกลอนในบันทึกการเดินทาง ""โอะคุโนะโฮะโสะมิจิ"" ของนักกวีชื่อดังนามว่ามัตสึโอะ บะโช และท่อนที่รู้จักกันดีคือ ""ท่ามกลางความเงียบงัน เสียงจิ้งหรีดร้องดังระงม แทรกซึมลึกหินผา"" 
การขึ้นบันไดหินทอดยาวถึง 1,015 ขั้นและมุ่งหน้าสู่โอะคุโนะอินเป็นเส้นทางสักการะพื้นฐาน เป็นบันไดหินสำหรับปฏิบัติธรรมเพราะกล่าวกันว่าการขึ้นบันไดหินนี้จะช่วยตัดกิเลสได้ ถึงบอกว่าเป็นการปฏิบัติธรรม แต่ระหว่างทางก็เต็มไปด้วยจุดน่าสนใจมากมายที่มีร่องรอยประวัติศาสตร์อย่างแผ่นศิลาจารึกและจุดที่มีวิวสวยงามตระการตา คุณจึงสามารถที่จะขึ้นบันไดพลางเพลิดเพลินทั้งในด้านสติปัญญาและด้านความรู้สึกได้
อันดับแรกให้มุ่งหน้าไป “คนโปชูโด” ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากปากทางขึ้นเขา กล่าวกันว่าเป็นสถาปัตยกรรมไม้บีชเก่าแก่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นและได้รับการกำหนดเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น “มิดาโฮระ” เป็นพาวเวอร์สปอตที่จะทำให้คนมีความสุขหากพบพระพุทธรูปบนกำแพงหินซึ่งถูกกัดเซาะโดยลมฝน พอผ่าน “นิโอมง (ประตูเทวาพิทักษ์)” ที่มีรูปหล่อนักรบ 2 องค์กำลังเฝ้าจับตาดูเพื่อไม่ให้ผู้มีจิตใจชั่วร้ายผ่านแล้วก็จะพบกับ “ไคซังโด โนเคียวโด” โนเคียวโดสีแดงที่ตั้งตระหง่านอยู่บนหินหน้าตาประหลาดก้อนยักษ์โดยมีภูเขายิ่งใหญ่อลังการเป็นฉากหลังนั้นเป็นวิวอันโดดเด่นของวัดยะมะเดะระ “โกไดโด” ที่มองเห็นทิวทัศน์ไร่สวนมาจากด้านในอุโบสถอันคล้ายคลึงกับเวทีการแสดงละครโนก็เป็นจุดชมวิวเพียงแห่งเดียวของวัดยะมะเดะระ กล่าวกันว่า “โอะคุโนะอิน ไดบุตสึเด็น” ที่อยู่ปลายทางจะช่วยตัดโชคชะตาชั่วร้ายได้
อย่าลืมมาเพลิดเพลินกับอาหารขึ้นชื่อด้วย เช่น “ยะมะเดะระชิคาระคอนเนียคุ (หัวบุก)” “ซอฟต์ครีมเชอร์รี” และ “ดาชิโซบะ”
 
 

บ่อน้ำพุร้อนกินซัง

เมืองออนเซ็นที่มีสถาปัตยกรรมไม้ย้อนยุคชวนให้หวนนึกถึงอดีตและสวยเหมาะแก่การถ่ายภาพ!

บ่อน้ำพุร้อนกินซัง
กิงซันออนเซ็นมาพร้อมกับทิวทัศน์สไตล์ย้อนยุคเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต เมืองออนเซ็นแห่งนี้มีเรียวกังไม้ตั้งเรียงรายอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำกิงซัน โคมไฟแก๊สที่จุดหลังพระอาทิตย์ตกจะช่วยสร้างบรรยากาศแบบญี่ปุ่นย้อนยุค ประหนึ่งฉากในภาพยนตร์เรื่อง “มิติวิญญาณมหัศจรรย์ (Spirited Away)” ทั้งยังเป็นทำเลถ่ายทำละครประจำชาติอย่างเรื่อง “โอชิน” อีกด้วย หิมะยามราตรีเหมาะแก่การถ่ายภาพมากที่สุด เพราะแสงไฟด้านนอกจะช่วยขับตัวเมืองที่แต่งแต้มด้วยหิมะให้สวยเด่นยิ่งขึ้น
การเดินชมเมืองในช่วงกลางวันก็มีจุดน่าชมอยู่มากมาย บนกำแพงของเรียวกังที่เรียงรายอยู่นั้นมีภาพโคเทเอะ (งานแกะสลักปูนขาว) สีสันสดใสวาดเอาไว้และในยางมะตอยก็มีกระเบื้องลายเกล็ดหิมะฝังเอาไว้ด้วย “ออนเซ็นแช่เท้าวาราชิยุ” ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำกิงซันและมีน้ำพุร้อนที่ใช้ต้นน้ำโดยไม่มีการผสมอะไรให้แช่ จึงทำให้เกิดความรู้สึกพิเศษในแบบเฉพาะของเมืองออนเซ็น และคาเฟ่ จุดเดินทาน และร้านจำหน่ายสินค้าของฝากก็มีครบครันอยู่ในระยะเดิน จึงเป็นเมืองออนเซ็นที่เดินเล่นได้อย่างสนุกสนาน ลองมาเช่าและสวมชุดในสมัยไทโชซึ่งเป็นช่วงหลังจากญี่ปุ่นรับวัฒนธรรมชาติตะวันตกเข้ามา แล้วไปเดินเล่นชมบ้านเมืองที่สวยงามดุจดังภาพวาดกันดีกว่า
แม้จะเป็นสถานที่ลึกลับถูกปกคลุมด้วยหิมะหนา แต่ก็อยู่ในทำเลดีโดยนั่งรถไฟยะมะกะตะชินคังเซ็นจากโตเกียวประมาณ 3 ชม. และนั่งรถบัสสายตรงอีก 40 นาที การเพลิดเพลินกับบ่อแช่น้ำกลางแจ้งชมวิวหิมะก็เป็นจุดน่าสนใจของกิงซันออนเซ็นซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคที่มีหิมะตกหนัก แนะนำว่าตอนกลางคืนให้ไปอบอุ่นร่างกายด้วยการแช่น้ำในเรียวกังและลิ้มรสอาหารขึ้นชื่ออย่าง “โอบานะซาวะโซบะ” ซึ่งทำจากเนื้อวัวลายหินอ่อนละเอียดแบรนด์ดังอย่างเนื้อวัวโอบานะซาวะและแป้งโซบะของท้องถิ่น
บริเวณโดยรอบยังมีจุดชมทิวทัศน์ธรรมชาติสวยๆ อย่างเช่น “หุบเขาเซ็นชิน” ที่มีความวิเศษตรงใบไม้สีเชียวชอุ่มกับใบไม้เปลี่ยนสีและ “น้ำตกชิโรงาเนะโนะทาคิ” ซึ่งเป็นน้ำตกแนวดิ่งที่มีความสูง 22 เมตรอีกด้วย
วันที่ 2
 
 
 

ซากปราสาทยามากาตะและสวนสาธารณะคะโจ

สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่มีปราสาทซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างบูรณะและอาคารทางวัฒนธรรมหลายแห่ง

ซากปราสาทยามากาตะและสวนสาธารณะคะโจ
ปราสาทชื่อดัง “ปราสาทยะมะกะตะ” สร้างขึ้นโดยผู้ครองแคว้นชั้นแนวหน้าของโทโฮคุในสมัยเซ็นโกคุนามว่าโมงามิ โยชิอากิ ได้รับเลือกให้เป็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นและปราสาทชื่อดังร้อยอันดับของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเมืองยะมะกะตะและเปิดเป็นสวนคะโจให้กับบุคคลทั่วไปได้ชมหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง แต่กำลังดำเนินการขุดสำรวจและก่อสร้างบูรณะในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ปัจจุบัน ณ ปี 2018 ได้ดำเนินการซ่อมแซมประตูปราสาทใหญ่อย่าง “ประตูโอเทะมงทิศตะวันออกของป้อมปราการชั้นนอก” และ “ประตูอิชิมงจิป้อมปราการชั้นใน” และค่อยๆ ช่วยดึงกลิ่นอายแบบสมัยโบราณกลับมา
รูปหล่อทองแดงผู้กล้าหาญภายในพื้นที่เป็นของโมงามิ โยชิอากิ แม้การสลับสับเปลี่ยนเจ้าของปราสาทยะมะกะตะจะดุเดือด แต่โยชิอากิกลายเป็นรูปหล่อทองแดงได้เพราะได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นผู้ครองแคว้นในยุคหนึ่งและได้รับความนิยมสูงจากการอุทิศตนช่วยพัฒนาเมือง ท่าทางองอาจตอนนำทัพไปสู่สนามรบจึงได้กลายมาเป็นรูปหล่อทองแดง
มี “พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเมืองยะมะกะตะ (อาคารหลักไซเซคังเก่า)” ที่ปี 1969 ได้ทำการย้ายและซ่อมแซมโรงพยาบาลประจำจังหวัดยะมะกะตะซึ่งสร้างเมื่อปี 1878 และเปิดให้เข้าชมได้ฟรีด้วย มีจัดแสดงอุปกรณ์การแพทย์ ฯลฯ ในสมัยนั้น “หินคุบิอาไรอิชิบาจิ” ยังคงตั้งอยู่ข้างอาคารแห่งนี้ เป็นร่องรอยประวัติศาสตร์ที่อาจเรียกได้ว่านองเลือดเพราะเคยเป็นจุดพาดคอตอนจะปลิดชีวิตของชิโรโทริ จูโร นางาฮิสะผู้เคยเป็นคู่แค้นกับโมงามิ โยชิอากิ
สวนคะโจอันเป็นที่ตั้งของปราสาทยะมะกะตะยังเป็นจุดชมซากุระชื่อดังเพียงแห่งเดียวในอำเภอยะมะกะตะที่มีซากุระบานสะพรั่งกว่า 1,500 ต้น ฤดูซากุระจะมีการเปิดไฟประดับซากุระที่อยู่เลียบคูน้ำตั้งแต่ทิศตะวันออกจนถึงทิศใต้ นอกจากนี้ ภายในสวนและบริเวณใกล้เคียงยังมีอาคารทางวัฒนธรรมอีกมากมาย เช่น พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเมืองยะมะกะตะดังที่กล่าวไว้ข้างต้น พิพิธภัณฑ์ประจำจังหวัดยะมะกะตะ พิพิธภัณฑ์ศิลปะยะมะกะตะ และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์โมงามิ โยชิอากิ และได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง
 
 

ทานอาหารกลางวันในเมืองโยะเนะซะวะ

เนื้อโยะเนะซะวะ (จังหวัดยะมะกะตะ)

ทานอาหารกลางวันในเมืองโยะเนะซะวะ
แอ่งโยะเนะซะวะช่วงหน้าร้อนจะมีอุณหภูมิและความชื้นสูง ส่วนหน้าหนาวก็จะหนาวจัด ความแตกต่างของอุณหูมินี้ทำให้เนื้อวัวมีไขมันแทรกและเนื้อแน่น จุดเด่นคือสัมผัสแบบละลายในปากและรสหวานของเนื้อ ในตัวเมืองโยะเนะซะวะสามารถหาร้านทานเนื้อโยะเนะซะวะได้มากมาย ทั้งร้านสเต็ก, สุกี้ยากี้, ชาบูชาบู บางร้านก็ทานได้ในราคาเอื้อมถึง




ค้นหาร้านอาหาร
 

ศาลเจ้าอุเอะสุงิ

พาวเวอร์สปอตที่บูชานักรบสุดแกร่งแห่งยุคเซ็นโกคุอย่างอุเอะสุกิ เคนชินเป็นเทพเจ้าประจำศาลเจ้า

ศาลเจ้าอุเอะสุงิ
ศาลเจ้าอุเอะสุกิสร้างทับซากป้อมปราการชั้นในของปราสาทโยะเนะซะวะเพื่อให้เป็นที่บูชาของอุเอะสุกิ เคนชินซึ่งเล่าขานกันว่าเป็นนักรบสุดแกร่งแห่งยุคเซ็นโกคุ ที่นี่เป็นพาวเวอร์สปอตที่เชื่อกันว่าผลบุญจากอุเอะสุกิ เคนชินจะช่วยเสริมโชคลาภ สมหวังตามคำอธิษฐาน ประสบความสำเร็จด้านการเรียนและทำให้กิจการรุ่งเรือง
สะพานไมซึรุบาชิตรงทางเดินเข้าวัดมีธงที่เขียนอักษรคำว่า “บิ” กับ “ริว” โบกสะบัดอยู่ อักษรคำว่า “บิ” มาจากการที่อุเอะสุกิ เคนชินรู้สึกศรัทธาท้าวเวสสุวรรณเป็นอย่างมาก อักษรคำว่า “ริว” หมายถึงพระอจลนาถ กล่าวกันว่าเป็นธงศึกที่ชูส่งสัญญาณบุกโจมตีตอนให้ทั้งกองทัพเข้าโจมตีพร้อมกัน และเล่ากันว่าสองเทพสุดแกร่งอย่างท้าวเวสสุวรรณกับพระอจลนาถจะมาช่วยอุเอะสุกิ เคนชินตอนสู้รบเพราะเขาเป็นผู้ศรัทธาศาสนาพุทธอย่างแรงกล้า
“เคโชเด็น ศาลเจ้าอุเอะสุกิ” ที่จัดแสดงทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญจำนวนมากโดยเน้นข้าวของเครื่องใช้ของตระกูลอุเอะสุกิก็เป็นจุดที่คนรักประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาดมาชม ทั้งยังมีหมวกเกราะชื่อดังที่ดีไซน์มาจากตัวอักษรคำว่า “ไอ (รัก)” ของนายพลผู้ชำนาญทั้งยุทธการและวิทยาการนามว่านาโอเอะ คาเนสึงุด้วย
เป็นทั้งจุดชมซากุระชื่อดังที่ซากุระ 200 ต้นเลียบคูน้ำจะบานสะพรั่งเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางถึงปลายเดือนเมษายนของทุกปี “เทศกาลโยะเนะซะวะอุเอะสุกิ” จะจัดขึ้นวันที่ 29 เมษายน - 3 พฤษภาคมเป็นประจำทุกปี ในงานจะมี “พาเหรดอุเอะสุกิ” ซึ่งเป็นขบวนของคนสวมชุดเกราะสวยงามอลังการรวมกว่าหนึ่งพันและอีกหลายร้อยคน รวมถึง “ศึกคาวานากะจิมะ” ซึ่งจำลองการสู้รบครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคเซ็นโกคุให้ได้ชมกัน “เทศกาลโคมไฟหิมะอุเอะสุกิ” จะจัดขึ้นทุกวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนกุมภาพันธ์ เทียนในโคมไฟหิมะกว่า 300 โคมและอุโมงค์หิมะกว่า 1,000 อันจะถูกจุดสว่างไสวและสร้างให้เกิดบรรยากาศสวยงามน่ามหัศจรรย์
“ศาลเจ้ามัตสึงาซากิ” ที่บูชาอุเอะสุกิ โยซังเป็นเทพประจำศาลเจ้าซึ่งรู้จักกันมาจากคำกล่าวที่ว่า “ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร หากลงมือทำก็สำเร็จ หากไม่ลงมือทำก็ไม่สำเร็จ” นั้นเป็นศาลเจ้าเสริมของศาลเจ้าอุเอะสุกิ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากศาลเจ้าอุเอะสุกิ ฉะนั้นอย่าลืมไปสักการะพร้อมกันให้ได้ค่ะ
 

Yonezawa Castle Ruins / Matsugasaki Park

หวนรำลึกถึงยุคเซ็นโกคุ ณ ซากปราสาทที่มีคูน้ำ

Yonezawa Castle Ruins / Matsugasaki Park
สวนมัตสึงาซากิมีคูน้ำที่จะทำให้หวนรำลึกถึงปราสาทโยะเนะซะวะในสมัยอดีต เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจสำหรับคนรักประวัติศาสตร์เพราะมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของตระกูลอุเอะสุกิกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ เช่น อุเอะสุกิ เคนชินที่เล่าขานกันว่าเป็นขุนพลสุดแกร่งแห่งยุคเซ็นโกคุ และอุเอะสุกิ โยซังซึ่งรู้จักกันจากคำกล่าวที่ว่า “ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร หากลงมือทำก็สำเร็จ หากไม่ลงมือทำก็ไม่สำเร็จ” ภายในบริเวณยังมี “ศาลเจ้าอุเอะสุกิ” ที่เชื่อกันว่าผลบุญจากอุเอะสุกิ เคนชินจะช่วยเสริมโชคลาภและทำให้สมหวังตามคำอธิษฐาน รวมถึง “เคโชเด็น ศาลเจ้าอุเอะสุกิ” ที่จัดแสดงทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญจำนวนมากโดยเน้นข้าวของเครื่องใช้ของตระกูลอุเอะสุกิ นอกจากนี้ยังมีศิลาจารึกแสดงบ้านเกิดของดะเตะ มะซะมุเนะที่โด่งดังในฉายามังกรตาเดียว
ทั้งยังเป็นจุดชมซากุระชื่อดังและจะมีซากุระ 200 ต้นบานสะพรั่งอยู่เลียบคูน้ำเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางถึงปลายเดือนเมษายนของทุกปี ซากุระที่สะท้อนบนผิวน้ำในคูและสีที่ตัดกันระหว่างซากุระกับสะพานสีแดงทอดข้ามคูน้ำก็มีความสวยงามเหมาะสำหรับการถ่ายภาพ ซากุระเหล่านี้จะเปลี่ยนเป็นสีส้มสดใสเมื่อเข้าสู่ช่วงปลายเดือนตุลาคม - ต้นเดือนพฤศจิกายน และทำให้ผู้มาชมได้เพลินตากัน
ด้านข้างติดกับสวนมี “ศาลเจ้ามัตสึงาซากิ” ที่บูชาอุเอะสุกิ โยซัง และร้าน “อุเอะสุกิโจชิเอ็น"" ที่มีอาหารท้องถิ่นให้เพลิดเพลินและวางจำหน่ายสินค้าของฝากอย่างครบครัน ดังนั้นอย่าลืมมาแวะเที่ยวไปในคราวเดียวกันให้ได้
 
 
จุดหมายปลายทาง
  • ซุยโฮเดน
  • ปราสาทเซนได
  • วัดลิดชาคุ(วัดยามะ)
  • บ่อน้ำพุร้อนกินซัง
  • ซากปราสาทยามากาตะและสวนสาธารณะคะโจ
  • ศาลเจ้าอุเอะสุงิ
  • Yonezawa Castle Ruins / Matsugasaki Park

ผู้ที่ดูหน้านี้ก็ดูหน้าเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

เต็มอิ่มกับธรรมชาติและออนเซ็นของอะโอะโมะริ และอิวะเตะ 3 วั…
ดูข้อมูลพื้นฐาน
เที่ยวชมประวัติศาสตร์และธรรมชาติของไอซึ และนิอิกะตะ 3 วัน …
ดูข้อมูลพื้นฐาน