จังหวัดยะมะกะตะ

ภูเขาซะโอที่ทุกคนจะได้สนุกไปกับลานสกี, เพลิดเพลินไปกับออนเซ็น และป่าน้ำแข็ง (สโนว์มอนสเตอร์) วัดยะมะเดะระ (วัดริชชะคุจิ) ที่ตั้งสูงโดดเด่นอยู่บนภูเขาสูง ภูเขาเดะวะซังซังที่ความเชื่อในเรื่องเทพเจ้าภูเขายังคงอยู่ พักผ่อนในแหล่งออนเซ็นที่มีชื่อเสียงเป็นเอกลักษณ์ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกราวกับอยู่ในยุคสมัยไทโชที่กิงซันออนเซ็น และออนเซ็นอื่นๆ อีกมากมายที่หลายคนยังไม่เคยรู้จักมาก่อน


ธรรมชาติอันงดงามของยะมะกะตะ

แม่น้ำโมะกะมิ

แม่น้ำโมะกะมิเป็นที่รู้จักจากบทกลอนของกวี มัทสึโอะ บะโช ""ฝนที่ตกเดือนห้า ไหลลงแม่น้ำโมะกะมิ ระดับน้ำเพิ่มสูง"" บะโชเขียนกลอนนี้ขึ้นจากประสบการณ์ล่องเรือไปตามสายน้ำเชี่ยวกราก กลอนบรรยายสภาพอันน่าตื่นตะลึงตอน ""ฝนในหน้าฝนตกลงไปในแม่น้ำโมะกะมิ ทำให้น้ำไหลรุนแรงเชี่ยวกราก"" แม่น้ำโมะกะมิเป็นหนึ่งในสามแม่น้ำที่เชี่ยวกรากที่สุดของญี่ปุ่น แต่จุดที่เชี่ยวกรากรุนแรงมีอยู่แค่บางส่วน กระแสน้ำในส่วนอื่นของแม่น้ำจะไหลเอื่อย สามารถสนุกกับการล่องเรือได้อย่างสบายอารมณ์

ป่าหิมะ ภูเขาซะโอ

ป่าหิมะมีให้ชมเพียงไม่กี่แห่ง ถือเป็นของหายากในญี่ปุ่น เมื่อภูเขากลายเป็นสีขาวโพลนเพราะหิมะ หมอกน้ำแข็งจะถูกกระแสลมแรงพัดมาติดต้นไม้และทับถมจนมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จะมองว่ากลุ่มก้อนต้นไม้หิมะขนาดมหึมาเป็นงานศิลปะของพระเจ้า หรือเป็นสัตว์ประหลาดน่ารักน่าชังก็ได้ เราสามารถสนุกกับป่าหิมะได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น "ขึ้นโรปเวย์" "นั่งรถหิมะ" "เล่นวินเตอร์สปอร์ต" "ชมการประดับไฟ" อย่าลืมมาสัมผัสด้วยตัวของคุณเอง 

ภูเขาโชคะอิซัง

"ภูเขาโชคะอิซัง" ภูเขาชื่อดังหนึ่งใน "ร้อยภูเขาชื่อดังของญี่ปุ่น" เป็นภูเขาไม่กี่แห่งที่เริ่มต้นที่ 0 เมตรจากระดับน้ำทะเลในทะเลญี่ปุ่น และสูงขึ้นไปจนถึง 2,236 ม.จากระดับน้ำทะเล สูงตระหง่านสง่างามดูคล้ายภูเขาฟูจิ จึงได้ฉายาว่า "ฟูจิแห่งเดะวะ" ผู้คนต่างหลงรักภาพหิมะตรงปลายยอดอันสวยงาม วิวที่มองจากยอดเขาก็สวยเช่นกัน เพราะเป็นภูเขาลูกเดี่ยวทัศนวิสัยจึงเปิดโล่งมองเห็นวิวได้รอบทิศ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคะโมะ

พิพิธภัณฑ์แมงกะพรุนแห่งเดียวของโลก ตั้งอยู่ในอาคารสีขาวทันสมัยริมทะเล เป็นที่เดียวในโลกที่จัดแสดงแมงกะพรุนมากกว่า 50 ชนิด และเป็นจำนวนจัดแสดงที่มากที่สุดในโลกจนได้ลงกินเนสบุ๊ค  แมงกะพรุนตัวใสแจ๋วลอยละล่องไปมาในน้ำราวกับงานศิลปะชนิดหนึ่ง แทงค์น้ำสีน้ำเงินส่องสว่างรางๆ ท่ามกลางความมืด และเหล่าแมงกะพรุนที่ถูกย้อมเป็นสีม่วงสีเขียว...คุณจะรู้สึกราวกับหลงเข้าไปในอีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว

ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, เทศกาลของยะมะกะตะ

เทศกาลยะมะกะตะฮะนะกะสะ

นักเต้นกว่าหมื่นคน เต้นระบำฮะนะกะสะองโดะ ตามจังหวะเสียงร้อง "ยัชโชะ มะคะโชะ" และเสียงกลองฮะนะกะสะที่ดังกระหึ่ม เดินไปตามถนนใหญ่ในตัวเมืองยะมะกะตะ "ฮะนะกะสะ" คือหมวกสานประดับดอกไม้แดงซึ่งนักเต้นถือไว้ในมือ เมื่อกลุ่มนักเต้นสวมชุดกิโมโนลวดลายสวยงามเต้นพร้อมกัน หมวกฮะนะกะสะจะหมุนอย่างรวดเร็ว สร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้ชม เทศกาลนี้จัดขึ้นวันที่ 5-7 สิงหาคมของทุกปี

วัดยะมะเดะระ (วัดริชชะคุจิ)

"วัดริชชะคุจิ" รู้จักกันในชื่อ "วัดยะมะเดะระ" ภูเขาหินรูปร่างพิสดารแห่งนี้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและสถานที่แห่งความศรัทธา เส้นทางปีนเขาจากปากทางขึ้นมาถึงไดบุทสึเดนในโอะคุโนะอิงใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ระหว่างทางคุณจะได้เห็นทิวทัศน์ตระการตาตลอดทาง

นอกจากนี้ ยังเป็นที่รู้จักจากบทกลอนในบันทึกการเดินทาง "โอะคุโนะโฮะโสะมิจิ" ของกวี มัทสึโอะ บะโช ท่อนที่รู้จักกันดีคือ "ท่ามกลางความเงียบงัน เสียงจิ้งหรีดร้องดังระงม แทรกซึมลึกหินผา" 

ภูเขาฮะกุโระ

ภูเขาศักดิ์สิทธิ์หนึ่งใน "สามภูเขาแห่งเดะวะ" ซึ่งได้แก่ภูเขาฮะกุโระ, ภูเขากัซซัง, ภูเขายุโดะโนะ ทั้งสามเขาเป็นสถานที่สำหรับขอพร ภูเขาฮะกุโระสำหรับชาตินี้ ภูเขากัซซังสำหรับชาติที่แล้ว ภูเขายุโดะโนะสำหรับชาติหน้า การเดินทางไปสามภูเขาแห่งเดะวะจึงถูกเรียกว่าเป็น "การเดินทางกลับชาติเกิด" เส้นทางขึ้นวัดบนภูเขาฮะกุโระยาว 1.7 กม. จากซุอิชินมงไปจนถึงซังจินโกไซเดน ใช้เวลาขาเดียวประมาณ 1 ชั่วโมง

ภูเขากัซซัง

"ภูเขากัซซัง" สูงที่สุดในบรรดาสามภูเขาแห่งเดะวะ ที่นี่บูชาเทพสึคิโยะมิโนะมิโคะโตะ เทพแห่งดวงจันทร์ ผู้ควบคุมวิญญาณจากโลกหลังความตายที่กลับมาเกิดใหม่ ศาลเจ้ากัซซังบนยอดเขาถูกจัดเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์มาแต่โบราณ ห้ามถ่ายภาพ หากต้องการขึ้นไปไหว้ศาลเจ้าต้องให้หัวหน้าศาลเจ้าทำพิธีชำระล้างเสียก่อน เชิญมารำลึกถึงชาติที่แล้ว และขอพรให้ใช้ชีวิตในโลกหลังความตายได้อย่างเป็นสุข

ศาลเจ้ายุโดะโนะซัง

นักบวชซึ่งผ่านการปฏิบัติธรรมที่ภูเขากัซซังกับภูเขาฮะกุโระแล้ว จะมาภูเขายุโดะโนะเป็นที่สุดท้าย ศาลเจ้ายุโดะโนะซังขึ้นชื่อเรื่องกฎเข้มงวด ศาลเจ้าลึกลับแห่งนี้ไม่เพียงแต่ห้ามถ่ายรูปเท่านั้น แต่ยังห้ามนำสิ่งที่เกิดขึ้นข้างในไปเล่าข้างนอกเด็ดขาด ตามคำที่สอนกันมาแต่โบราณว่า "ห้ามเล่า" "ห้ามถาม" ภายในบริเวณศาลเจ้าเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกตัดขาดจากโลกกิเลสภายนอก ต้องถอดรองเท้าก่อนเข้า การได้เดินเท้าเปล่าบนเส้นทางธุดงค์ที่มีหินและดินปนกัน อาจทำให้เราสัมผัสพลังแห่งผืนดินบนภูเขาได้เต็มๆ ก็เป็นได้

โกดังซังเคียวโซโกะ

ซังเคียวโซโกะสร้างขึ้นในปี 1893 ปัจจุบันยังใช้เป็นโกดังเก็บข้าวอยู่ มีหลังคาสองชั้นใช้แทนวัสดุกันความร้อน ด้านหลังโกดังปลูกต้นเคะยะคิเพื่อบังแดดจากทิศตะวันตกและบังลมแรง แสดงให้เห็นถึงสติปัญญาของบรรพบุรุษที่ใช้ธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ ภายในบริเวณจะเห็นโกดังตั้งเรียงรายไปจนสุดทาง ให้อารมณ์แบบย้อนยุค ปัจจุบันก็ยังคงสัมผัสได้ถึงบรรยากาศท่าเรือค้าข้าวอันคึกคักในสมัยก่อน

กิงซันออนเซ็น

กิงซันออนเซ็นมาพร้อมกับทิวทัศน์สไตล์เรโทร เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต เมืองออนเซ็นแห่งนี้มีเรียวกังไม้ตั้งเรียงรายอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำกิงซัน เมื่อพระอาทิตย์ตก โคมไฟแก๊สจะถูกจุด สร้างบรรยากาศแบบญี่ปุ่นย้อนยุค ช่วงที่ถ่ายรูปสวยที่สุดคือกลางคืนช่วงหน้าหนาว แสงไฟจะช่วยขับตัวเมืองที่แต่งแต้มด้วยหิมะให้สวยเด่นยิ่งขึ้น

ออนเซ็นในยะมะกะตะ

กิงซันออนเซ็น

กิงซันออนเซ็นมาพร้อมกับทิวทัศน์สไตล์เรโทร เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต เมืองออนเซ็นแห่งนี้มีเรียวกังไม้ตั้งเรียงรายอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำกิงซัน เมื่อพระอาทิตย์ตก โคมไฟแก๊สจะถูกจุด สร้างบรรยากาศแบบญี่ปุ่นย้อนยุค ช่วงที่ถ่ายรูปสวยที่สุดคือกลางคืนช่วงหน้าหนาว แสงไฟจะช่วยขับตัวเมืองที่แต่งแต้มด้วยหิมะให้สวยเด่นยิ่งขึ้น

ซะโอออนเซ็น

ออนเซ็นกำมะถัน มีความเป็นกรดสูงและมีปริมาณน้ำล้นเหลือ ควันพวยพุ่งออกมาจากทุกหนแห่งในเมือง เรียวกังและโรงแรมหลายสิบแห่งตั้งเรียงราย ที่นี่มีฉายาว่า "บ่อเจ้าหญิง" เพราะมีฤทธิ์ทำให้ผิวสวย "บ่อเด็ก" เพราะช่วยให้เด็กๆ เติบโตแข็งแรง ที่นี่ยังมีบ่อสาธารณะให้ลองแช่ออนเซ็นชื่อดังได้แบบเบาๆ บ่อสาธารณะมี 3 แห่งได้แก่ "คะมิยุ" "ชิตันยุ" "คะวะระยุ" ทุกที่ค่าเข้าเพียง 200 เยน และแต่ละที่สามารถเดินถึงกันได้ภายใน 3 นาที สะดวกกับการตระเวนแช่น้ำ

จานเด็ดที่ห้ามพลาดของยะมะกะตะ

เชอร์รี, แตงโม, ลูกแพร์

จังหวัดยะมะกะตะเป็น "อาณาจักรแห่งไม้ผล" ผลิตเชอร์รีได้คิดเป็นร้อยละ 70 ของทั้งประเทศ เมื่อฤดูร้อนมาเยือน เชอร์รีจะเริ่มออกผลสีทับทิมน่ารักน่าชัง หากเด็ดจากต้นแล้วทานเลยจะยิ่งได้ความอร่อยแบบเหนือชั้น เมืองโอะบะนะซะวะผลิตแตงโมได้มากเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น สภาพอากาศช่วงกลางวันกับกลางคืนของที่นี่แตกต่างกันมาก จึงทำให้ปลูกแตงโมรสหวานที่มีค่าความเข้มข้นน้ำตาลเกิน 12 ได้ ส่วน "ราชินี" ประจำยะมะกะตะ อาณาจักรแห่งไม้ผลก็คือ "ลูกแพร์" ร้านค้าจะเริ่มวางขายลูกแพร์กันช่วงครึ่งหลังของเดือนตุลาคม ลูกแพร์ที่นี่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีเนื้อแน่นฉ่ำน้ำเป็นไฮไลท์

เนื้อโยะเนะซะวะ

เนื้อโยะเนะซะวะเป็นวะกิวที่มีชื่อเสียงไปทั่วประเทศ แอ่งโยะเนะซะวะช่วงหน้าร้อนจะมีอุณหภูมิและความชื้นสูง ส่วนหน้าหนาวก็จะหนาวจัด ความแตกต่างของอุณหภูมินี้ทำให้เนื้อวัวมีไขมันแทรกและเนื้อแน่น จุดเด่นคือสัมผัสแบบละลายในปากและรสหวานของเนื้อ ในตัวเมืองโยะเนะซะวะสามารถหาร้านทานเนื้อโยะเนะซะวะได้มากมาย ทั้งร้านสเต็ก, สุกี้ยากี้, ชาบูชาบู บางร้านก็ทานได้ในราคาเอื้อมถึง

ซุปอิโมะนิ

ซุปอิโมะนิ สัญลักษณ์ประจำฤดูไม้ร่วงของยะมะกะตะ พอถึงฤดูใบไม้ร่วงของทุกปี คนท้องถิ่นจะจัด "งานอิโมะนิ" กันริมฝั่งแม่น้ำและสนุกสนานเฮฮากัน ซุปอิโมะนิที่หาทานได้ในตัวเมืองยะมะกะตะจะใช้โชยุเป็นเบสและใส่เนื้อวัวลงไปด้วย ในเดือนกันยายนของทุกปี เทศบาลเมืองยะมะกะตะจะจัด "เทศกาลอิโมะนิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น" ใช้หม้อใหญ่ 6 ม.ต้มซุปอิโมะนิสำหรับ 30,000 ที่ แล้วแจกให้คนจำนวนมากที่มาร่วมงาน นอกจากตามงานอีเวนท์แบบนี้ ก็ยังสามารถหาซุปอิโมะนิทานได้ตามร้านอาหารในตัวเมืองยะมะกะตะ

ค้นหาสถานที่ในยะมะกะตะ

  • ภูเขาโชคะอิ
  • ภูเขาฮะกุโระ
  • ศาลเจ้ายุโดะโนะซัง
  • โกดังซังเคียวโซโกะ
  • ศาลเจ้าอุเอะสุงิ
  • กิงซันออนเซ็น

GoogleMap สามารถใช้ได้ฟรีโดยจะมีการจำกัดจำนวนครั้งในการแสดงผล
อาจมีบางช่วงเวลาที่ไม่สามารถเรียกดูได้เนื่องจากสภาพแวดล้อมการใช้งาน